August 22, 2011
หนุ่มอันตรายที่ไม่ควร คว้ามาเป็นแฟน
การวิเคราะห์กันไปต่างๆนานา ว่าสาเหตุที่ผู้หญิงสมัยนี้หาแฟนได้ยากเย็นแสนเข็ญนั้น เนื่องจากสาวๆมัวแต่ยุ่งกับงาน มีงานรัดตัวกันเหลือเกิน (จนถูกแซวว่าแต่งกับงานไปแล้ว) ขณะเดียวกัน พวกเธอก็รับผิดชอบในหน้าที่การงานจนประสบความสำเร็จ ซะด้วย ดังนั้น เมื่อมีงานยุ่งและมีเวลาส่วนตัวน้อยลง แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆล่ะ เหตุนี้จึงหาแฟนกันไม่ค่อยได้ไง<br /><br />ฟังดูมีเหตุผลดี เพราะสมัยนี้ผู้หญิงมีโอกาสเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน โดยอาศัยความรู้ความสามารถของตัวเองไต่เต้าจนได้ดิบได้ดีเป็นผู้บริหารของสถาบันต่างๆ ทั้งในระดับโลกและระดับประเทศกันเยอะ ยกตัวอย่าง นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ และเป็นอดีตรัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศสก็แล้วกัน ท่านได้รับตำแหน่งนี้ หลังจากที่นายโดมินิค สเตราส์-คานห์ จำใจลาออกจากตำแหน่งบิ๊กไอเอ็มเอฟ เมื่อถูกดำเนินคดีในข้อหาละเมิดทางเพศแม่บ้านของโรงแรมสุดหรูไงล่ะ<br /><br />ส่วนไทยก็มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ด้านออสเตรเลียก็มีนายกฯที่เป็นหญิงเหมือนกันชื่อจูเลีย กิลลาร์ด หรือจะหันไปมองทางฝั่งอเมริกา นางฮิลลารี คลินตัน ก็เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศได้เหมาะสม ที่เล่ามาล้วนเป็นตัวอย่างของผู้หญิงเก่ง สมควรที่แฟ้มบุคคลขอตบมือให้ เย้ๆๆ<br /><br />อย่างไรก็ตาม เมื่อสาวๆไม่ค่อยมีเวลาว่าง จึงเท่ากับไปตัดโอกาสการหาคู่มาเชยชมของตัว-เองไปด้วย แต่แม้จะมีปมที่ทำให้หาแฟนยาก ทว่าผู้หญิงหลายคนก็พอใจกับ “ชีวิตที่ไม่เร่งรีบ” มีแฟนของพวกเธอนะ อ่ะก็จะไปรีบทำไมในเมื่อมีงานมีการทำสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ จึงค่อยๆมองหาคู่ชีวิตที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาครองคู่ก็ได้<br /><br />เพราะการมีงานทำเป็นของตัวเองของผู้หญิงนั้น...ยุคนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และมีความสำคัญที่ควรจะคว้าไว้ก่อน ส่วนแฟนน่ะ เมื่อถึงเวลา เหมาะสมก็จะเข้ามาในชีวิตของพวกเธอเองแหละ<br /><br />ยิ่งสมัยนี้คู่รักยิ่งกลายเป็นคู่ร้างกันอย่างง่ายดาย ดังนั้น จึงควรพิจารณาคนที่จะมาเป็นแฟนให้ถี่ถ้วนก่อนดีกว่า ไม่ใช่รีบมี แล้วก็รีบเลิกก็ไม่เก๋ใช่ปะ เหตุนี้ ถ้าสาวใดอยากมีแฟน จึงควรกลั่นกรอง “คนที่มาจีบคุณ” ซะก่อนว่า มีคุณสมบัติต้องห้ามตามที่จะเล่าให้ฟังดังต่อไปนี้ไหม ถ้าหากมีละก็ แล้วคุณจะคว้าเขามาเป็นแฟนทำไมล่ะยะ ได้แก่....<br /><br />1.มีประวัติใช้ความรุนแรงรึเปล่า?<br /><br />ลองเช็กซะหน่อยก็ดีนะว่า คนที่มาจีบคุณ เคยมีส่วนร่วมในกลุ่มที่ไปยกพวกตีกันมาก่อนหรือเปล่า? ถ้าหากสมัยวัยรุ่นวัยคะนองยังเคยถูกพวกมากลากไปต่อยตีกับศัตรูฝั่งตรงข้ามแล้วล่ะก็ คุณอยากจะเป็นแฟนเขาไหมล่ะ? เออถ้ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนิสัยไปแล้วก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเผื่อทุกวันนี้ หากเขาโมโหขึ้นมาเมื่อไหร่เป็นต้องไล่เตะหมา เตะแมว หรือชอบขว้างข้าวของใส่คนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า แล้วถ้าขืนไปเป็นแฟนเขาเข้า คุณจะเป็น “สีทนได้” อย่างงั้นหรือ? ถามตัวเองหลายๆครั้งก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้<br /><br />2.เขามีความรับผิดชอบหรือไม่?<br /><br />สมัยที่เขาเรียนหนังสือมีความขยันขันแข็งศึกษาค้นคว้าจนสามารถเรียนจนจบได้ปริญญาตามเวลามาตรฐานสากลไหม โดยปกติทั่วๆไปนักศึกษาจะใช้เวลาเรียนในมหาวิทยาลัย ประมาณ 4 ปีจบ แต่ถ้าเขาไม่จบตามหลักสูตรที่ควรจะเป็น เอ๊ะ...แล้วทำไมเขาถึงจบช้ากว่าคนอื่นล่ะ เป็นเพราะไม่ตั้งใจเรียนหรือเปล่า? หรือว่าจำเป็นต้องออกมารับผิดชอบหางานทำกันแน่?<br /><br />ถ้าเขาต้องเรียนและทำงานไปด้วยเพราะรับผิดชอบค่าเล่าเรียน ด้วยตัวเองก็แล้วไป แต่ถ้า ไม่ใช่ เพราะพ่อแม่ก็ไม่ได้จน เอ๊ะ งั้นเป็นเพราะเขาเกเรไม่ยอมเข้าห้องเรียนใช่ไหม ของพรรค์นี้ต้องสอบถามกันก่อน<br /><br />อย่างไรก็ตาม บางคนอาจโต้แย้งว่า ตอนสมัยที่ยังเรียนหนังสืออยู่กับช่วงที่คนเราเป็นผู้ใหญ่ และทำงานแล้วน่ะ มันอาจจะเป็นหนังชีวิตคนละม้วนกันก็ได้ เพราะประเภทเรียนไม่จบมหา’ลัย แต่เป็นมหาเศรษฐี ระดับโลกอย่างบิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ หรืออย่างมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก ก็มีนี่ ซึ่งนั่นก็จริงอยู่หรอกนะ แต่หันมาดูให้ดีๆสิว่า ตอนนี้คุณเดทอยู่ กับบิล เกตส์ หรือมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์กหรือเปล่าล่ะ? อู้ย...ถ้าควงอยู่กับหนุ่มที่แสนฉลาดและมีอัจฉริยะระดับโลกขนาดนั้น ก็แล้วไปดิ่<br /><br />3.มีความเป็นแมนมากน้อยแค่ไหน? เพราะบางคนแอ๊บแมนไปงั้นก็มีนี่<br /><br />แค่อยากให้สังเกตว่า เขาเป็นผู้ชายจริงหรือว่ามีความเป็นหญิงอยู่ในตัวมากกว่ากันเท่านั้นเอง เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้หญิงบางคนจะถูกเกย์หลอกให้เป็นแฟนด้วยเพื่อปิดบังอำพรางตัวตนที่แท้จริงในสังคม แล้วก็ไปแอบมีสัมพันธ์นัวเนียกับเพศเดียวกัน จนทำให้สาวๆที่ตกเป็นเหยื่อน้ำตาตกในมานักต่อนักแล้ว เพราะสาวๆสุดสวยอย่างคุณๆ ทั้งหลายไม่ควรที่จะตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือของใครเพื่อปิดบังรสนิยมทางเพศที่แท้จริง จริงมะ<br /><br />อย่างไรก็ตาม ความเป็นแมนของเขา ก็ควรจะมีลักษณะของความเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าจะเป็นคนดิบเถื่อน, โหดร้ายทารุณ หรือโชว์ ความเป็นแมนในทางที่น่าเอือมระอานะ<br /><br />อ้อ เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ามีตัวอย่างจะเล่าให้ฟังว่า มีสามีภรรยาคู่นึง แต่งงานและจัดพิธีสมรสอย่างเอิกเกริก อยู่ด้วยกันก็ดีอยู่หรอก แต่พอมีลูกด้วยกันคนนึงแล้วสิ สามีก็อ้างว่าต้องทำงานล่วงเวลาหรือทำโอทีเพื่อจะได้หาเงินเพิ่มขึ้นมาเลี้ยงลูก ฝ่ายภรรยาก็ดีใจที่สามีขยันขันแข็งทำมาหากิน แต่เมื่อขยันออกนอกบ้านถี่เกินไป ภรรยาก็เริ่มวิตกว่าเขาจะไปมีอีหนูซุกไว้รึเปล่า? เพราะพฤติกรรมมันส่อแสดงนี่ว่าเขาต้องมีคนอื่นแน่ๆ จนโป๊ะเชะจับได้ไล่ทันว่าเขามีกิ๊กจริงๆ แต่กิ๊กที่ว่าดั๊นเป็นเพศเดียวกันกับเขาซะด้วย!<br /><br />คงไม่ต้องบรรยายว่า ฝ่ายภรรยาจะชีช้ำขนาดไหน แต่ทำยังไง้ ยังไงเธอก็ไม่ด่วนแยกทางกับเขาหรอก ทำไมน่ะเหรอ? เพราะเธอบอกว่า ทำใจรับสภาพกับการเป็นเกย์ของเขาได้ และเปลี่ยนไปเป็นเพื่อนกันแทน เพราะเขาเป็นคนดี, มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว, รู้จักเทกแคร์เอาใจใส่ และที่ฝ่ายหญิงมองว่าเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กันเป็นเรื่องเล็ก จึงทำใจได้ และคิดว่าตัวเองโชคดีกว่าไปคบกับชายแท้แต่ไม่ทำงานทำการ แถมยังติดเหล้าเคล้านารีและยังชอบไถเงินน่ะซี เออแนะ...<br /><br />ได้ยินแบบนี้แล้วก็น่าเก็บมาคิดเหมือนกันเนอะ.<
August 15, 2011
ลางร้ายบอกเหตุ
ลางร้ายบอกเหตุ ควรระวัง!
1. สุนัขวิ่งอยู่บนที่สูงหรือบนหลังคาบ้าน แล้วทำท่าขู่คำราม
2. ความสัมพันธ์ของคนภายในบ้านดูมึนตึง ห่างเหินผิดปกติ พูดจากันน้อยลง เป็นลางว่าจะมีเหตุร้ายในครอบครัวเกิดขึ้น
3. ของในบ้านแตกร้าว หรือถูกย้ายที่ออกมาวางเกะกะอย่างไม่ทราบสาเหตุ
4. คนในบ้านสนใจที่จะพูดคุยกับคนข้างนอกมากกว่า เป็นลางไม่ดี บ่งบอกถึงความแตกแยก
5. ไม่เคยได้ร่วมโต๊ะอาหารกันพร้อมหน้า หรือไม่ได้รับประทานข้าวพร้อมหน้ากันเป็นเวลานาน เป็นลางแห่งความแตกแยก
6. ตัวอยู่ในบ้าน แต่ใจกลับคิดถึงเรื่องที่อยู่นอกบ้าน เป็นลางไม่ดี เกี่ยวกับความแตกแยกและล่มสลายของครอบครัว
7. ขณะนอนตอนกลางคืน รู้สึกเหมือนมีคนมายืนใกล้ๆ หรือรู้สึกเหมือนถูกแมลงมาไต่ตามตัว
8. เป็นลางไม่ดี ถ้าได้ยินคนที่จะออกไปทำธุระพูดจาเหมือนจะฝากฝัง หรือส่งเสีย ก่อนออกจากบ้าน
9. เตาไฟที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มีเห็ดขึ้นมา เป็นลางไม่ดี
10. มีงูพิษเข้ามาขดอยู่ในบ้านหรือบนหลังคา
11. มีหนูเข้ามาทำรังในเตาไฟ
12. สัตว์เลี้ยงในบ้านทุกชนิด มีอาการแปลกๆ ไป อยู่ไม่เป็นสุข ตื่นตระหนก เป็นลางไม่ดีอย่างมาก ควรรีบไปทำบุญสะเดาะเคราะห์
13. มองเห็นแสงสว่างจากในห้อง แต่เมื่อเดินไปดูกลับไม่เห็น
14. พบปลวกมาทำรังที่ใต้บันได ในห้องพระ ห้องนอน หรือบนเตาไฟ ถือว่าเป็นลางร้าย ควรระมัดระวังให้มากและไปทำบุญสะเดาะเคราะห์
15. มองเห็นเหมือนมีคนเดินในห้อง แต่กลับไม่พบใครเมื่อเดินไปดู
16. ของมีคมถูกปล่อยไว้ให้ทื่อ หรือที่ด้ามจับของมีคมนั้นๆ หักหลุดออก
17. เห็นเหมือนมีคนเดินอยู่ตามพุ่มไม้ในบ้าน แต่เมื่อเดินไปดูกลับไม่พบอะไร
18. ได้ยินเสียงคนพูดอยู่ในบ้าน ในห้อง แต่มองไม่เห็นใคร ถือว่าเป็นลางไม่ค่อยดีนัก
19. ได้ยินเสียงใบไม้พัดไหวๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีลมพัด
20. ปล่อยเตาไฟหรือเตาแก๊สทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
21. ดับไฟในเตาถ่านเรียบร้อยแล้ว แต่กลับลุกโชนขึ้นมาเอง
22. สุนัขมาออกลูกในเตาไฟ
23. มีนกแสก นกเค้าแมว เหยี่ยวหรือค้างคาว บินเข้ามาในบ้านหรือเกาะบนหลังคา
24. หยิบกระเป๋าที่ก้นขาดมาใช้
25. ใส่เสื้อกลับด้านออกจากบ้าน แต่มีคนทักก่อนออกจากบ้าน เป็นลางไม่ดี ควรอยู่บ้าน
26. ก่อนออกจากบ้าน มีคนมายืนกางแขนกางขาขวางทางออกบ้านด้วยความบังเอิญ
27. ถือว่าเป็นลางไม่ดี เมื่อหยิบกุญแจรถผิดคันก่อนออกจากบ้าน
28. ถือว่าเป็นลางไม่ดีเช่นกัน เมื่อหยิบกุญแจประตูบ้านผิดดอกมาไขก่อนออกจากบ้าน ควรอยู่บ้านดีกว่า
29. จำสถานที่ที่จะไปผิด แล้วค่อยมานึกขึ้นได้ระหว่างทาง ถือว่าไม่ค่อยดีนัก
30. กำลังจะออกจากบ้าน แต่พบว่านาฬิกาข้อมือตาย
31. เป็นลางร้ายเมื่อกำลังจะออกจากบ้านและพบเห็นหยดเลือด
32. ควรอยู่บ้านดีกว่า ถ้าหากว่ากำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูแล้วสะดุดหกล้ม
33. เหยียบแมลงหรือสัตว์ตายเมื่อกำลังจะออกจากบ้าน
34. เป็นลางร้ายเมื่อกำลังผูกเชือกรองเท้าแล้วขาด ขณะที่จะใส่เพื่อออกจากบ้าน
35. คนในบ้านทักตัวคุณเป็นอีกคนหนึ่ง ก่อนออกจากบ้าน ถือว่าลางไม่ดี ควรอยู่บ้าน
36. ไม่ว่าจะทำสิ่งใดอยู่ แต่ได้ยินเสียงไม้กระดานลั่นแตก เป็นลางไม่ดี
37. ก่อนออกจากบ้าน มีของตกลงมาตรงหน้าหรือใกล้ๆ เป็นลางไม่ดี
38. จะเอาสตางค์หรือเหรียญใส่กระเป๋าสตางค์ และพบว่ากระเป๋ารั่ว ควรอยู่บ้านไม่ออกไปไหน
39. กำลังจะออกจากบ้าน แล้วโดนแมลงกัดหรือต่อย ให้ล้มเลิกแล้วอยู่บ้านดีกว่า
40. เห็นหน้าคนที่มาพบตัวคุณ แล้วผงะตกใจโดยไม่ได้ตั้งใจ ถือว่าเป็นลางร้าย
41. สวมรองเท้าแล้วรู้สึกว่ามีของแข็งอยู่ด้านใน ให้รีบถอดออก แล้วอยู่บ้าน
42. เป็นลางร้ายเมื่อจะออกจากบ้านแล้วสวมรองเท้าผิดคู่ หรือใส่ถุงเท้ากลับด้านในออกด้านนอก
43. นาฬิกาที่ฝาบ้านหยุดเดิน ก่อนออกจากบ้าน ควรหยุดอยู่บ้านจะดีกว่า
44. กำลังจะก้าวเท้าออกจากบ้าน แล้วถูกงับขาหรือชายเสื้อผ้าด้วยสุนัขที่เลี้ยงไว้ กลับเข้าบ้านโดยด่วน
45. ขณะที่จะออกจากบ้าน ทำของที่จะเอาไปด้วยหล่น เป็นลางไม่ดีนัก ถ้าไม่จำเป็นควรอยู่บ้าน
46. กำลังจะออกจากบ้าน แล้วมีคนมาทำให้ข้าวของเปียกหรือเลอะเทอะเสื้อผ้า ถือว่าเป็นลางไม่ดี ถ้าไม่มีการใดควรอยู่ บ้าน
47. เป็นลางร้ายถ้าหากว่ามีงูเลื้อยตัดหน้าขณะที่เดินอยู่
48. หยิบรองเท้าแล้วใส่สลับข้างโดยไม่ตั้งใจ ถือว่าเป็นลางไม่ดี ควรอยู่บ้าน
49. เป็นลางร้ายที่ค่อนข้างหนัก เมื่อเห็นคนที่รู้จักเดินอยู่ข้างหน้า แล้วจะเดินตามไปทักให้ทัน แต่กลับหายไป
50. เหมือนรู้สึกว่ามีใครเดินตามมาข้างหลัง แต่พอเหลียวหลังไปดูกลับไม่พบใคร เป็นลางไม่ดีนัก
51. เดินทางกลับบ้าน ด้วยใจเหม่อลอย แล้วหลงทาง นับว่าเป็นลางไม่ดี
52. ขณะที่กำลังเดินทาง มีสัตว์วิ่งสวนมาชนด้านหน้า เป็นลางไม่ดีให้รีบกลับที่พัก
refer Sanook.com Payakorn.com
1. สุนัขวิ่งอยู่บนที่สูงหรือบนหลังคาบ้าน แล้วทำท่าขู่คำราม
2. ความสัมพันธ์ของคนภายในบ้านดูมึนตึง ห่างเหินผิดปกติ พูดจากันน้อยลง เป็นลางว่าจะมีเหตุร้ายในครอบครัวเกิดขึ้น
3. ของในบ้านแตกร้าว หรือถูกย้ายที่ออกมาวางเกะกะอย่างไม่ทราบสาเหตุ
4. คนในบ้านสนใจที่จะพูดคุยกับคนข้างนอกมากกว่า เป็นลางไม่ดี บ่งบอกถึงความแตกแยก
5. ไม่เคยได้ร่วมโต๊ะอาหารกันพร้อมหน้า หรือไม่ได้รับประทานข้าวพร้อมหน้ากันเป็นเวลานาน เป็นลางแห่งความแตกแยก
6. ตัวอยู่ในบ้าน แต่ใจกลับคิดถึงเรื่องที่อยู่นอกบ้าน เป็นลางไม่ดี เกี่ยวกับความแตกแยกและล่มสลายของครอบครัว
7. ขณะนอนตอนกลางคืน รู้สึกเหมือนมีคนมายืนใกล้ๆ หรือรู้สึกเหมือนถูกแมลงมาไต่ตามตัว
8. เป็นลางไม่ดี ถ้าได้ยินคนที่จะออกไปทำธุระพูดจาเหมือนจะฝากฝัง หรือส่งเสีย ก่อนออกจากบ้าน
9. เตาไฟที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มีเห็ดขึ้นมา เป็นลางไม่ดี
10. มีงูพิษเข้ามาขดอยู่ในบ้านหรือบนหลังคา
11. มีหนูเข้ามาทำรังในเตาไฟ
12. สัตว์เลี้ยงในบ้านทุกชนิด มีอาการแปลกๆ ไป อยู่ไม่เป็นสุข ตื่นตระหนก เป็นลางไม่ดีอย่างมาก ควรรีบไปทำบุญสะเดาะเคราะห์
13. มองเห็นแสงสว่างจากในห้อง แต่เมื่อเดินไปดูกลับไม่เห็น
14. พบปลวกมาทำรังที่ใต้บันได ในห้องพระ ห้องนอน หรือบนเตาไฟ ถือว่าเป็นลางร้าย ควรระมัดระวังให้มากและไปทำบุญสะเดาะเคราะห์
15. มองเห็นเหมือนมีคนเดินในห้อง แต่กลับไม่พบใครเมื่อเดินไปดู
16. ของมีคมถูกปล่อยไว้ให้ทื่อ หรือที่ด้ามจับของมีคมนั้นๆ หักหลุดออก
17. เห็นเหมือนมีคนเดินอยู่ตามพุ่มไม้ในบ้าน แต่เมื่อเดินไปดูกลับไม่พบอะไร
18. ได้ยินเสียงคนพูดอยู่ในบ้าน ในห้อง แต่มองไม่เห็นใคร ถือว่าเป็นลางไม่ค่อยดีนัก
19. ได้ยินเสียงใบไม้พัดไหวๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีลมพัด
20. ปล่อยเตาไฟหรือเตาแก๊สทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
21. ดับไฟในเตาถ่านเรียบร้อยแล้ว แต่กลับลุกโชนขึ้นมาเอง
22. สุนัขมาออกลูกในเตาไฟ
23. มีนกแสก นกเค้าแมว เหยี่ยวหรือค้างคาว บินเข้ามาในบ้านหรือเกาะบนหลังคา
24. หยิบกระเป๋าที่ก้นขาดมาใช้
25. ใส่เสื้อกลับด้านออกจากบ้าน แต่มีคนทักก่อนออกจากบ้าน เป็นลางไม่ดี ควรอยู่บ้าน
26. ก่อนออกจากบ้าน มีคนมายืนกางแขนกางขาขวางทางออกบ้านด้วยความบังเอิญ
27. ถือว่าเป็นลางไม่ดี เมื่อหยิบกุญแจรถผิดคันก่อนออกจากบ้าน
28. ถือว่าเป็นลางไม่ดีเช่นกัน เมื่อหยิบกุญแจประตูบ้านผิดดอกมาไขก่อนออกจากบ้าน ควรอยู่บ้านดีกว่า
29. จำสถานที่ที่จะไปผิด แล้วค่อยมานึกขึ้นได้ระหว่างทาง ถือว่าไม่ค่อยดีนัก
30. กำลังจะออกจากบ้าน แต่พบว่านาฬิกาข้อมือตาย
31. เป็นลางร้ายเมื่อกำลังจะออกจากบ้านและพบเห็นหยดเลือด
32. ควรอยู่บ้านดีกว่า ถ้าหากว่ากำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูแล้วสะดุดหกล้ม
33. เหยียบแมลงหรือสัตว์ตายเมื่อกำลังจะออกจากบ้าน
34. เป็นลางร้ายเมื่อกำลังผูกเชือกรองเท้าแล้วขาด ขณะที่จะใส่เพื่อออกจากบ้าน
35. คนในบ้านทักตัวคุณเป็นอีกคนหนึ่ง ก่อนออกจากบ้าน ถือว่าลางไม่ดี ควรอยู่บ้าน
36. ไม่ว่าจะทำสิ่งใดอยู่ แต่ได้ยินเสียงไม้กระดานลั่นแตก เป็นลางไม่ดี
37. ก่อนออกจากบ้าน มีของตกลงมาตรงหน้าหรือใกล้ๆ เป็นลางไม่ดี
38. จะเอาสตางค์หรือเหรียญใส่กระเป๋าสตางค์ และพบว่ากระเป๋ารั่ว ควรอยู่บ้านไม่ออกไปไหน
39. กำลังจะออกจากบ้าน แล้วโดนแมลงกัดหรือต่อย ให้ล้มเลิกแล้วอยู่บ้านดีกว่า
40. เห็นหน้าคนที่มาพบตัวคุณ แล้วผงะตกใจโดยไม่ได้ตั้งใจ ถือว่าเป็นลางร้าย
41. สวมรองเท้าแล้วรู้สึกว่ามีของแข็งอยู่ด้านใน ให้รีบถอดออก แล้วอยู่บ้าน
42. เป็นลางร้ายเมื่อจะออกจากบ้านแล้วสวมรองเท้าผิดคู่ หรือใส่ถุงเท้ากลับด้านในออกด้านนอก
43. นาฬิกาที่ฝาบ้านหยุดเดิน ก่อนออกจากบ้าน ควรหยุดอยู่บ้านจะดีกว่า
44. กำลังจะก้าวเท้าออกจากบ้าน แล้วถูกงับขาหรือชายเสื้อผ้าด้วยสุนัขที่เลี้ยงไว้ กลับเข้าบ้านโดยด่วน
45. ขณะที่จะออกจากบ้าน ทำของที่จะเอาไปด้วยหล่น เป็นลางไม่ดีนัก ถ้าไม่จำเป็นควรอยู่บ้าน
46. กำลังจะออกจากบ้าน แล้วมีคนมาทำให้ข้าวของเปียกหรือเลอะเทอะเสื้อผ้า ถือว่าเป็นลางไม่ดี ถ้าไม่มีการใดควรอยู่ บ้าน
47. เป็นลางร้ายถ้าหากว่ามีงูเลื้อยตัดหน้าขณะที่เดินอยู่
48. หยิบรองเท้าแล้วใส่สลับข้างโดยไม่ตั้งใจ ถือว่าเป็นลางไม่ดี ควรอยู่บ้าน
49. เป็นลางร้ายที่ค่อนข้างหนัก เมื่อเห็นคนที่รู้จักเดินอยู่ข้างหน้า แล้วจะเดินตามไปทักให้ทัน แต่กลับหายไป
50. เหมือนรู้สึกว่ามีใครเดินตามมาข้างหลัง แต่พอเหลียวหลังไปดูกลับไม่พบใคร เป็นลางไม่ดีนัก
51. เดินทางกลับบ้าน ด้วยใจเหม่อลอย แล้วหลงทาง นับว่าเป็นลางไม่ดี
52. ขณะที่กำลังเดินทาง มีสัตว์วิ่งสวนมาชนด้านหน้า เป็นลางไม่ดีให้รีบกลับที่พัก
refer Sanook.com Payakorn.com
August 14, 2011
เรียนรู้ผู้ชายจากเดทแรกของเขา
มีคนเคยพูดให้ได้ยินว่า ถ้ามนุษย์มีเซ็กซ์กันบ่อยๆ (ออกกำลังกันบนเตียง) มีส่วนช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้นะเอ้า ฟังดูก็น่าจะเป็นไปได้ แต่เอ๊ะ พอไปอ่านอีกบทความหนึ่ง กลับบอกตรงกันข้าม ว่า ยิ่งมีเซ็กซ์กันบ่อยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ผู้หญิงนั่นแหละที่จะอ้วนท้วนสมบูรณ์ซะมากกว่า เพราะหลังจากการเอ็กเซอร์ไซส์ได้ออกกำลังวังชา ที่แหงล่ะ... มีการเผาผลาญแคลอรีก็จริง แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือจะทำให้หิว, กระหายและหันไปรับประทานอาหารเยอะขึ้นน่ะซี จึงเป็นที่มาของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นได้นั่นเอง
แต่ว่าไหมว่า สาวที่มีแฟนแล้ว โดยเฉพาะตอนเพิ่งรักหรือจีบกันใหม่ๆ เธอมักจะถูกแฟนหนุ่มชวนให้ทานนั่นทานนี่ ทานอะไรต่อมิอะไรสารพัด เพราะโห ช่วงที่เพิ่งจีบกันก็มักจะชวนกันไปทานข้าว ทานขนม ทานนม ทานน้ำ ทานกาแฟ และทานเค้กที่ร้านเบเกอรี่กันอยู่เรื่อย เนื่องจากอยากนัดเจอไง ก็แหมทนคิดถึงไม่ไหว จึงมักชวนกันไปทานข้าวบ่อยๆ แล้วถ้าเกิดฝ่ายหญิงบอกว่า ไม่กินด้วยหรอก... มันก็กระไรอยู่ จะให้ไปนั่งเฉยๆ ดูเขากินก็ประหลาดคน ส่วนฝ่ายชายน่ะไม่ต้องห่วงเพราะเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญสุดยอดของเขาอยู่แล้ว
ดังนั้น ตอนแรกรักจึงอาจเป็นที่มาทำให้น้ำหนักของผู้หญิงเพิ่มขึ้นได้ง่ายที่ซู้ด อีกอย่างตอนจีบกัน ฝ่ายชายก็มักทุ่มเทให้สาวๆกันอยู่แล้ว อู้ย...เอาใจสารพัด เพราะอยากจะพิชิตใจสาวให้ได้จึงทุ่มไม่อั้น ฉะนั้น ถ้าสาวๆกำลังหมายตาอยากได้อะไร ก็ควรบอกเขาตอนนี้เลย เช่น เพชรนิลจินดา, บ้านพร้อมที่ดิน, รถสปอร์ตคันหรู...เอ้ย ไม่ใช่ ที่พูดไปเมื่อกี้น่ะพูดเล่น ใครจะไปเรียกร้องเอาของราคาแพงๆขนาดนั้น มันเว่อร์ไป
แค่ว่า อยากไปทานอะไร ที่ไหน? แล้วรับรอง เขาพาไปได้ แม้จะไกลแค่ไหนก็ตามดีกว่า
และเนื่องจากมีเสียงของสาวๆบ่นกันมากว่า ไม่ค่อยเข้าใจผู้ชายเอาซะเลย เพราะมีวันนึง น้องปูพูดแซวแฟนของเธอว่า โถ... หัวไม่ล้านซะหน่อย แต่ใจน้อยซะแล้ว! ปูยืนยันว่า พูดแค่นี้จริงๆ แต่แฟนของเธอกลับงอนและไม่ยอมโทรศัพท์มาหาตั้งหลายวัน จนเธอเป็นฝ่ายโทร.ไปง้อโน่นแน่ะ ถึงได้ยอมพูดด้วย ปู บอกว่า จริงๆนะคะ ไม่ได้ชวนทะเลาะกันเรื่องอื่นเลย แค่พูดเรื่องหัวล้าน ไม่ล้านเท่าเนี้ยะ ทำไมต้องงอนกันด้วย “ผู้ชายก็งอนเป็นด้วยเนอะ” ...อ้าว แล้วไม่รู้เรอะว่า ผู้ชายก็งอนเป็นเหมือนกันน่ะซี
โดยทั่วไป คนเราจะไม่ค่อยซีเรียสกับคำพูดคำจาของใครๆก็จริงอยู่ แต่ถ้าเป็นคนที่ใกล้ชิดกันแล้ว คำพูดคำจาที่ใช้สื่อสารกันนี่สำคัญนักเชียว แต่เอ๊ะ ผู้ชายจะไม่ค่อยคิดอะไรหยุมหยิมนะ ทว่านี่คงเป็นคำพูดของแฟนสาวที่ไปจี้ใจดำเขาเข้าละมั้ง หนุ่มบางคนจึงไม่พอใจเอาได้
ว่ากันตามหลักจิตวิทยาละกัน ผู้ชายจำนวนมากจะให้ความสำคัญและสนใจ “ผมบนศีรษะ” ของเขานะ และสิ่งที่เขากลัวก็คือ การมีสภาพเป็นคนหัวเถิกหรือศีรษะล้านนั่นเอง แม้สมัยนี้หนุ่มบางคนจะนิยมโกนผม เพื่อให้ศีรษะล้านแบบจงใจ ดูอย่างแบรด พิตต์ ดาราฮอลลีวูดก็เคยตัดผมเกรียนติดหนังศีรษะ สมัยรับแสดงหนังเรื่อง มิสเตอร์ แอนด์ มิสซิส สมิธไงจำได้มะ แต่ด้วยความที่แบรด พิตต์เป็นคนหล่อขั้นเทพตัวพ่อ และมีสาวๆชอบกันตรึม เหตุนี้การมีผมน้อยของเขาจึงไม่ได้ทำให้เสียภาพลักษณ์แต่อย่างใด หนำซ้ำยังทำให้ตัวเองดูเก๋ไปอีกแบบซะด้วย ข้อดีของคนหล่อก็เป็นแบบนี้แหละ
ทว่า ผู้ชายหน้าตาธรรมดาหรือหน้าตางั้นๆจะไม่ค่อยอยากมีผมน้อยนะ บางคนแค่ผมเปลี่ยนสียังไม่ได้ ต้องไปย้อมเลย แถมรู้สึกเป็นกังวลว่าผมจะหลุดร่วงก่อนวัยอันควรจนส่งผลทำให้เซ็กซ์เสื่อมซะอีก!
มาทำความรู้จักกับผู้ชายในเดทแรกกันซะเลย เพราะคนสองคนจะชอบและรักกันหรือเปล่า ก็ต้องผ่านเดทแรกนี้ไปก่อนทั้งนั้นแหละ ต่างฝ่ายจึงจะรู้ว่า ควรคบกันต่อไปหรือไม่?ไงล่ะ
ดังนั้น 1.ถ้าเขาชวนสาวไปเดทด้วยการนัดกันไปเจอที่ผับหรือบาร์ ละก็...ท่าทางเขาจะขี้เมาแฮะ ถึงได้นัดที่นั่น เพราะปกติจะไม่ค่อยมีใครนัดกันไปเดทครั้งแรกในสถานที่แบบนี้ ยกเว้นแต่เจอกันในนั้นตั้งแต่แรก...ก็แล้วไป และเป็นไปได้มากซะด้วยที่หนุ่มสาวจะไปเจอแล้วทำความรู้จักกันตามผับ อ่ะ เพราะที่นี่มีคนมากหน้า หลายตาไปแสวงหาการพักผ่อนและความสนุกนี่นา ซึ่งถ้าเจอกันในผับก็ไม่เป็นไร คุยกันได้ จีบกันได้ แต่ดูให้ดีๆและถี่ถ้วนก่อนล่ะว่า คนที่เขาส่งตาหวานไปให้นั้นไม่มีเจ้าของมาด้วย เพราะมิฉะนั้น แทนที่จะได้รู้จักกันอาจจะโดนของแถมเป็นกำปั้นกลับมาแทนก็ได้
ถ้าคิดจะไปเดทกันละก็ น่าจะชวนกันไปนั่งร้านอาหารหรือร้านขายกาแฟมากกว่านะ เพราะพวกคุณจะได้มีสมาธิพูดคุยและทำความรู้จักกันด้วย ขณะที่ฝ่ายชายไม่ควรเมาแอ๋ตั้งแต่เดทแรก อู้ย...ถ้าส่ออาการติดเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้เห็นกำพืดกันตั้งแต่แรกแล้วละก็ ฝ่ายหญิงคงคิดหนักเหมือนกันนะว่าจะคบกับเขาดีไหม? แต่ถ้าเจอคนแบบเดียวกันแถมยังคอแข็งเหมือนกัน ก็โป๊ะเชะเลยดิ
2.ถ้าเขาถามคำถามแรกตั้งแต่เจอหน้ากันว่า คุณเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน?
แสดงว่า เป็นคนช่างสอดรู้ สอดเห็น...เอ้ย ช่างซักไซ้ไล่เลียงและอยากรู้เรื่องสำมะคัญของคนที่ออกเดทด้วยมากไปหน่อยนะ จะถามน่ะถามได้ แต่ขอให้คำนึงถึงความเหมาะสมกันซะนิดนึง
โอ้โห...ถ้าเพิ่งรู้จักกันแต่พอเปิดปากจะพูดจาสานรักก็ถามเรื่องแฟนเก่ากันแล้วละก็ ระวังจะเจอคำถามเดียวกันนี้กลับไปถึงตัวเองนะเอ้า ถ้าพร้อมจะเปิดเผยก็ดีจ้า แต่ไม่สมควรถามเป็นคำถามแรกเท่านั้นแหละ อดใจรอไว้ถามทีหลังก็ได้นะตัวเอง เพราะไม่งั้นคนฟังจะรู้สึกว่า เรื่องแฟนเก่าของชั้นนั้นมันสลักสำคัญกับการจะเลือกคบคนมาเป็นแฟนของเขาหรือไง? ถึงได้อยากรู้นัก แหมใครไม่เคยมีแฟนมาก่อนละยะ
เพราะมารยาทของผู้ที่ออกเดทแรก ไม่ควรทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจกับคำถามที่เจาะลึกเกินไปน่ะซี
3.ถ้าเขาพูดชมคู่เดทบ่อยครั้ง ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะถ้าไม่ชอบก็คงไม่อยากออกเดทด้วย แต่เขาจะชื่นชมสาวเจ้าด้วยเหตุผลใดนั้น ควรรับฟังเอาไว้ โถ...ใครบ้างไม่อยากรู้ว่าเขาชอบเราเพราะอะไร? ว่าแต่ขอให้เขาชมอย่างจริงใจเถอะ ไม่ใช่ สักแต่อยากชมก็พูดไปอย่างงั้น แต่ใจจริง ไม่ได้คิดตามที่ปากพูดซะหน่อย แต่ที่ชมเพราะกลัวสาวจะไม่เล่นด้วยต่างหาก คงไม่ดีแฮะ แต่ได้รู้อย่างนึงนะ ว่าเขาเป็นคนปากหวาน ส่วนจะปากหวานก้นเปรี้ยวรึไม่? ก็ต้องเปิดทางให้เขาจีบก่อนสิ
ไทยรัฐ
เมอร์ลิน
แต่ว่าไหมว่า สาวที่มีแฟนแล้ว โดยเฉพาะตอนเพิ่งรักหรือจีบกันใหม่ๆ เธอมักจะถูกแฟนหนุ่มชวนให้ทานนั่นทานนี่ ทานอะไรต่อมิอะไรสารพัด เพราะโห ช่วงที่เพิ่งจีบกันก็มักจะชวนกันไปทานข้าว ทานขนม ทานนม ทานน้ำ ทานกาแฟ และทานเค้กที่ร้านเบเกอรี่กันอยู่เรื่อย เนื่องจากอยากนัดเจอไง ก็แหมทนคิดถึงไม่ไหว จึงมักชวนกันไปทานข้าวบ่อยๆ แล้วถ้าเกิดฝ่ายหญิงบอกว่า ไม่กินด้วยหรอก... มันก็กระไรอยู่ จะให้ไปนั่งเฉยๆ ดูเขากินก็ประหลาดคน ส่วนฝ่ายชายน่ะไม่ต้องห่วงเพราะเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญสุดยอดของเขาอยู่แล้ว
ดังนั้น ตอนแรกรักจึงอาจเป็นที่มาทำให้น้ำหนักของผู้หญิงเพิ่มขึ้นได้ง่ายที่ซู้ด อีกอย่างตอนจีบกัน ฝ่ายชายก็มักทุ่มเทให้สาวๆกันอยู่แล้ว อู้ย...เอาใจสารพัด เพราะอยากจะพิชิตใจสาวให้ได้จึงทุ่มไม่อั้น ฉะนั้น ถ้าสาวๆกำลังหมายตาอยากได้อะไร ก็ควรบอกเขาตอนนี้เลย เช่น เพชรนิลจินดา, บ้านพร้อมที่ดิน, รถสปอร์ตคันหรู...เอ้ย ไม่ใช่ ที่พูดไปเมื่อกี้น่ะพูดเล่น ใครจะไปเรียกร้องเอาของราคาแพงๆขนาดนั้น มันเว่อร์ไป
แค่ว่า อยากไปทานอะไร ที่ไหน? แล้วรับรอง เขาพาไปได้ แม้จะไกลแค่ไหนก็ตามดีกว่า
และเนื่องจากมีเสียงของสาวๆบ่นกันมากว่า ไม่ค่อยเข้าใจผู้ชายเอาซะเลย เพราะมีวันนึง น้องปูพูดแซวแฟนของเธอว่า โถ... หัวไม่ล้านซะหน่อย แต่ใจน้อยซะแล้ว! ปูยืนยันว่า พูดแค่นี้จริงๆ แต่แฟนของเธอกลับงอนและไม่ยอมโทรศัพท์มาหาตั้งหลายวัน จนเธอเป็นฝ่ายโทร.ไปง้อโน่นแน่ะ ถึงได้ยอมพูดด้วย ปู บอกว่า จริงๆนะคะ ไม่ได้ชวนทะเลาะกันเรื่องอื่นเลย แค่พูดเรื่องหัวล้าน ไม่ล้านเท่าเนี้ยะ ทำไมต้องงอนกันด้วย “ผู้ชายก็งอนเป็นด้วยเนอะ” ...อ้าว แล้วไม่รู้เรอะว่า ผู้ชายก็งอนเป็นเหมือนกันน่ะซี
โดยทั่วไป คนเราจะไม่ค่อยซีเรียสกับคำพูดคำจาของใครๆก็จริงอยู่ แต่ถ้าเป็นคนที่ใกล้ชิดกันแล้ว คำพูดคำจาที่ใช้สื่อสารกันนี่สำคัญนักเชียว แต่เอ๊ะ ผู้ชายจะไม่ค่อยคิดอะไรหยุมหยิมนะ ทว่านี่คงเป็นคำพูดของแฟนสาวที่ไปจี้ใจดำเขาเข้าละมั้ง หนุ่มบางคนจึงไม่พอใจเอาได้
ว่ากันตามหลักจิตวิทยาละกัน ผู้ชายจำนวนมากจะให้ความสำคัญและสนใจ “ผมบนศีรษะ” ของเขานะ และสิ่งที่เขากลัวก็คือ การมีสภาพเป็นคนหัวเถิกหรือศีรษะล้านนั่นเอง แม้สมัยนี้หนุ่มบางคนจะนิยมโกนผม เพื่อให้ศีรษะล้านแบบจงใจ ดูอย่างแบรด พิตต์ ดาราฮอลลีวูดก็เคยตัดผมเกรียนติดหนังศีรษะ สมัยรับแสดงหนังเรื่อง มิสเตอร์ แอนด์ มิสซิส สมิธไงจำได้มะ แต่ด้วยความที่แบรด พิตต์เป็นคนหล่อขั้นเทพตัวพ่อ และมีสาวๆชอบกันตรึม เหตุนี้การมีผมน้อยของเขาจึงไม่ได้ทำให้เสียภาพลักษณ์แต่อย่างใด หนำซ้ำยังทำให้ตัวเองดูเก๋ไปอีกแบบซะด้วย ข้อดีของคนหล่อก็เป็นแบบนี้แหละ
ทว่า ผู้ชายหน้าตาธรรมดาหรือหน้าตางั้นๆจะไม่ค่อยอยากมีผมน้อยนะ บางคนแค่ผมเปลี่ยนสียังไม่ได้ ต้องไปย้อมเลย แถมรู้สึกเป็นกังวลว่าผมจะหลุดร่วงก่อนวัยอันควรจนส่งผลทำให้เซ็กซ์เสื่อมซะอีก!
มาทำความรู้จักกับผู้ชายในเดทแรกกันซะเลย เพราะคนสองคนจะชอบและรักกันหรือเปล่า ก็ต้องผ่านเดทแรกนี้ไปก่อนทั้งนั้นแหละ ต่างฝ่ายจึงจะรู้ว่า ควรคบกันต่อไปหรือไม่?ไงล่ะ
ดังนั้น 1.ถ้าเขาชวนสาวไปเดทด้วยการนัดกันไปเจอที่ผับหรือบาร์ ละก็...ท่าทางเขาจะขี้เมาแฮะ ถึงได้นัดที่นั่น เพราะปกติจะไม่ค่อยมีใครนัดกันไปเดทครั้งแรกในสถานที่แบบนี้ ยกเว้นแต่เจอกันในนั้นตั้งแต่แรก...ก็แล้วไป และเป็นไปได้มากซะด้วยที่หนุ่มสาวจะไปเจอแล้วทำความรู้จักกันตามผับ อ่ะ เพราะที่นี่มีคนมากหน้า หลายตาไปแสวงหาการพักผ่อนและความสนุกนี่นา ซึ่งถ้าเจอกันในผับก็ไม่เป็นไร คุยกันได้ จีบกันได้ แต่ดูให้ดีๆและถี่ถ้วนก่อนล่ะว่า คนที่เขาส่งตาหวานไปให้นั้นไม่มีเจ้าของมาด้วย เพราะมิฉะนั้น แทนที่จะได้รู้จักกันอาจจะโดนของแถมเป็นกำปั้นกลับมาแทนก็ได้
ถ้าคิดจะไปเดทกันละก็ น่าจะชวนกันไปนั่งร้านอาหารหรือร้านขายกาแฟมากกว่านะ เพราะพวกคุณจะได้มีสมาธิพูดคุยและทำความรู้จักกันด้วย ขณะที่ฝ่ายชายไม่ควรเมาแอ๋ตั้งแต่เดทแรก อู้ย...ถ้าส่ออาการติดเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้เห็นกำพืดกันตั้งแต่แรกแล้วละก็ ฝ่ายหญิงคงคิดหนักเหมือนกันนะว่าจะคบกับเขาดีไหม? แต่ถ้าเจอคนแบบเดียวกันแถมยังคอแข็งเหมือนกัน ก็โป๊ะเชะเลยดิ
2.ถ้าเขาถามคำถามแรกตั้งแต่เจอหน้ากันว่า คุณเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน?
แสดงว่า เป็นคนช่างสอดรู้ สอดเห็น...เอ้ย ช่างซักไซ้ไล่เลียงและอยากรู้เรื่องสำมะคัญของคนที่ออกเดทด้วยมากไปหน่อยนะ จะถามน่ะถามได้ แต่ขอให้คำนึงถึงความเหมาะสมกันซะนิดนึง
โอ้โห...ถ้าเพิ่งรู้จักกันแต่พอเปิดปากจะพูดจาสานรักก็ถามเรื่องแฟนเก่ากันแล้วละก็ ระวังจะเจอคำถามเดียวกันนี้กลับไปถึงตัวเองนะเอ้า ถ้าพร้อมจะเปิดเผยก็ดีจ้า แต่ไม่สมควรถามเป็นคำถามแรกเท่านั้นแหละ อดใจรอไว้ถามทีหลังก็ได้นะตัวเอง เพราะไม่งั้นคนฟังจะรู้สึกว่า เรื่องแฟนเก่าของชั้นนั้นมันสลักสำคัญกับการจะเลือกคบคนมาเป็นแฟนของเขาหรือไง? ถึงได้อยากรู้นัก แหมใครไม่เคยมีแฟนมาก่อนละยะ
เพราะมารยาทของผู้ที่ออกเดทแรก ไม่ควรทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจกับคำถามที่เจาะลึกเกินไปน่ะซี
3.ถ้าเขาพูดชมคู่เดทบ่อยครั้ง ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะถ้าไม่ชอบก็คงไม่อยากออกเดทด้วย แต่เขาจะชื่นชมสาวเจ้าด้วยเหตุผลใดนั้น ควรรับฟังเอาไว้ โถ...ใครบ้างไม่อยากรู้ว่าเขาชอบเราเพราะอะไร? ว่าแต่ขอให้เขาชมอย่างจริงใจเถอะ ไม่ใช่ สักแต่อยากชมก็พูดไปอย่างงั้น แต่ใจจริง ไม่ได้คิดตามที่ปากพูดซะหน่อย แต่ที่ชมเพราะกลัวสาวจะไม่เล่นด้วยต่างหาก คงไม่ดีแฮะ แต่ได้รู้อย่างนึงนะ ว่าเขาเป็นคนปากหวาน ส่วนจะปากหวานก้นเปรี้ยวรึไม่? ก็ต้องเปิดทางให้เขาจีบก่อนสิ
ไทยรัฐ
เมอร์ลิน
August 12, 2011
Subscribe to:
Posts (Atom)