Pages

Long Live The king

Long Live The king

August 01, 2012

รถเมล์ปรับอากาศ สาย134 ฟรีบริการอ่านหนังสือธรรมะ

ข้อมูลจาก Facebook 

โชเฟอร์รถปรับอากาศ ขสมก. หัวใจใฝ่ธรรม นำหนังสือธรรมะมาแขวนไว้ที่

เบาะให้ผู้โดยสารได้ อ่านฆ่าเวลาขณะรถติด เผยตั้งใจทำเพื่อเป็นกุศลถว
ายในหลวง เพราะเก็บหนังสือเอาไว้ที่บ้านก็ไม่มีประโยชน์ ผู้โดยสารชื่นชมเป็นความคิดที่ดี บางรายอ่านแล้วติดใจขอนำกลับไปด้วย

โชเฟอร์รถ ปอ.ขสมก. หัวใจใฝ่ธรรม นำหนังสือธรรมะนับร้อยเล่ม มาให้ผู้โดยสารที่ขึ้นรถได้

อ่านฆ่าเวลารถติด ทั้งนี้เรื่องราวของโชเฟอร์
รถใจใฝ่บุญรายนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. โดยผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่อู่รถ ขสมก.ปอ.สาย 134 ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี พบนายสุเทพ เอี่ยมอัมพร พขร.ประจำรถสายดังกล่าววิ่งระหว่างหมอชิตใหม่-บางบัวทอง กำลังขะมักเขม้นนำหนังสือธรรมะ ที่ร้อยด้วยเชือกฟางเป็นพวง พวงละ 2 เล่ม เป็นหนังสือประวัติพระเกจิอาจารย์ชื่อดังและหนังสือบทสวดมนต์ แขวนไว้ที่ด้านหลังเบาะที่นั่งผู้โดยสารจำนวน 45 ที่นั่ง

โชเฟอร์รถ ปอ.สาย 134 เปิดเผยว่าขับรถ ขสมก.มา 12 ปีแล้ว ปกติครอบครัวชอบทำบุญอยู่เป

็นประจำ เวลา ไปวัดมักจะได้รับแจกหนังสือ
ธรรมะบ่อยมาก จึงสะสมมาเรื่อยๆนับสิบปี มีทั้งรับแจกและซื้อมาอ่านเองด้วย จนกระทั่งหนังสือเริ่มมีมากขึ้น เมื่อปีที่แล้วได้ไปทอดกฐิน กับเพื่อนพนักงานที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีโครงการทำบุญถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงกลับมาคิดที่บ้านว่า น่าจะทำอะไรถวายในหลวงบ้างโดยที่ตัวเองและครอบครัวไม่เดือดร้อน และคิดว่าน่าจะนำหนังสือธรรมะที่สะสมไว้ มาให้ผู้โดยสารได้อ่านบนรถที่เราขับอยู่ทุกวัน ตอนแรกก็กลัวว่าจะไม่มีผู้โดยสารอ่านกัน แต่ปรากฏว่าวันแรกที่นำมาแขวน มีกระแสตอบรับดีมาก ผู้โดยสารพากันชื่นชม ทำให้มีกำลังใจและอยากจะทำมากขึ้น

นายสุเทพกล่าวต่อว่า มีอยู่หลายรายที่อ่านจนติดใ

จ พอมาถึงจุดหมายที่จะต้องลงจ
ากรถ ก็เดินมาขอ ว่า ขอนำหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านได้ไหม ตนก็ให้เขาไปและนำหนังสือที่บ้านมาเติมให้ใหม่เรื่อยๆ ผู้โดยสารบางรายที่บ้านมีหนังสือเหล่านี้ หลายคนก็นำมามอบให้ บ้าง หนังสือส่วนใหญ่ที่นำมาให้ผู้โดยสารได้อ่านนั้น อาทิ ประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) คำสอน ของพระธรรมโกศาจารย์ หรือหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ ประวัติหลวงปู่ชา ฯลฯ

โชเฟอร์รถ ปอ.สายธรรมะ กล่าวว่า ปกติแล้วไม่มีรถประจำ พอเลิกงานจะต้องเก็บหนังสือ

ให้เรียบร้อย รุ่งเช้าก็จะนำมาแขวนไว้ให้
ผู้โดยสารอ่านเหมือนเดิมจนเป็นกิจวัตรทุกวัน รู้สึกดีและสบายใจที่ได้ทำตรงจุดนี้ แม้จะเป็นจุดเล็กๆก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียดายหรือไม่ ที่อุตส่าห์สะสมหนังสือมานานแล้วนำไปให้ผู้อื่น โชเฟอร์ รถเมล์สายธรรมะ กล่าวว่า ไม่เสียดาย เพราะหนังสือเก็บไว้ที่บ้านก็รู้เพียงคนเดียว สู้นำมาให้ผู้อื่นได้อ่านดีกว่า คนอ่านก็จะได้ประโยชน์ จะได้รู้ว่าคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์เป็นอย่างไร และได้ขัดเกลาจิตใจของผู้อ่านได้อีกด้วย ตนเข้าวัดอยู่บ่อยๆ ได้ซึมซับธรรมะแล้วทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก จากที่เป็นคนใจร้อนก็กลายเป็นคนใจเย็นมีเหตุผล จึงอยากให้ผู้อื่นได้เข้าถึงธรรมะบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หนังสือเคยถูกขโมยบ้างหรือไ

ม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่เคย มีแต่มาขอ ตนก็ให้ มีอยู่เล่มหนึ่งอายุ 40 กว่าปี หาไม่ได้แล้ว เป็นการรวบรวมประวัติพระอาร
ามหลวงทั่วประเทศ ได้นำมาแขวนไว้ให้ผู้โดยสารอ่าน มีนักเรียนขึ้นมาแล้วมาขอไปบอกว่าจะนำไปทำรายงานส่งอาจารย์ ตนก็ให้ไป รู้สึกเสียดายเหมือนกัน เพราะเล่มนี้เก็บไว้นานแล้วและเป็นหนังสือเก่าด้วย นอกจากนี้ยังเคยมีผู้โดยสารที่นับถือศาสนาอิสลามโดยสารรถและมาขอหนังสือ ธรรมะ เพราะว่าเขาอยากจะศึกษาคำสอนของศาสนาพุทธ ขณะนี้กำลังจะนำหนังสือเรื่องความกตัญญู ที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถ่ายสำเนามาให้ผู้โดยสารได้อ่าน เพราะตนประทับใจในพระจริยวัตรอันงดงามของในหลวง ที่ทรงเสด็จมาเสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่า สัปดาห์ละ 5 วัน แต่ทำไมคนทั่วไปทำไม่ได้

ด้านนายสาคร รุ่งสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการเดิน

รถ เขตการเดินรถที่ 7 กล่าวว่า ภูมิใจที่มีพนักงานใฝ่ธรรมะ
 นำเรื่องธรรมะมาเผยแผ่ให้ผู้โดยสาร ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ถ้าพนักงานของ ขสมก. มีจิตใจรักพระพุทธศาสนา ใฝ่คุณธรรมเช่นนี้ จะทำให้การบริการของ ขสมก.ดีขึ้น การร้องเรียนจะลดลง และทำให้ประชาชนกับพนักงาน ขสมก. มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่รถคันอื่นๆ ของ ขสมก.น่าจะทำตามบ้าง

ขณะที่นางณัฐนัพพัชร์ สัมรัมย์ พนักงานเก็บค่าโดยสารรถคันด

ังกล่าว กล่าวว่า หลังจากที่นายสุเทพได้นำหนั
งสือธรรมะมาไว้บนรถให้ผู้โดยสารได้อ่าน ได้รับคำชมจากผู้โดยสารจำนวนมาก เพราะถือว่าเป็นการอ่านฆ่าเวลาขณะรถติด เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง ที่สำคัญธรรมะทำให้คนใจเย็น มีสมาธิเป็นสิ่งที่ขัดเกลาจิตใจได้อีกด้วย

นายมานพ อาชววาณิชกุล อายุ 62 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้โดยสารกล่าวว่า ใช้บริการรถ ปอ. สายนี้ประจำ ชื่นชมในความคิดของคนขับที่

นำหนังสือธรรมะ มาให้ผู้โดยสารได้อ่านขณะรถ
ติด ทำให้ใจเย็นลง หายหงุดหงิด ตนยังคิดจะนำหนังสือธรรมะที่บ้านมามอบให้กับนายสุเทพ เพื่อนำมาไว้ให้ผู้โดยสารคนอื่นๆได้อ่านอีกด้วย ขณะที่นางอรัญญา สมพฤกษ อายุ 36 ปี อาชีพพนักงานธนาคาร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจอ่านหนังสือธรรมะเลย จนกระทั่งได้มาโดยสารรถคันนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่นำหนังสือธรรมะให้ผู้โดยสารได้อ่านนอกจากจะใช้เวลา ว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว ยังได้ความรู้เกี่ยวกับธรรมะติดกับไปด้วย อยากให้รถ ขสมก.คันอื่นนำแบบอย่างไปใช้ด้วย


July 31, 2012

ของเก่า recycle เป็นเงินได้


ขยะขุมทรัพย์ในบ้าน

ทุกวันนี้เราทำเงินหายไปวันละ 8 บาท เดือนละ 240 บาท ปีละ 2,920 บาท โดยไม่รู้ตัว
ถ้าในครอบครัวมีกันอยู่ 4 คน ก็เท่ากับว่า บ้านเราทำเงินหายวันละ 32 บาท เดือนละ 960 บาท ปีละ 11,680 บาท

และในทุกๆ วันคนไทย 63 ล้านคน ช่วยกันทำเงินหล่นวันละ 504 ล้านบาท เดือนละ 1.51 หมื่นล้านบาท ปีละ 1.83 แสนล้านบาท

เงินจำนวนนี้หล่นลงไปพร้อมกับขยะ ที่เราทิ้ง

สมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการ โรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ ที่ขยับฐานะจาก "คนบ้าค้าขยะ" มาเป็นเจ้าของธุรกิจรีไซเคิลรายใหญ่ของประเทศ บอกว่า คน 1 คน สามารถผลิตขยะได้ 1 กิโลกรัม ใน 1 วัน และในขยะ 1 กิโลกรัม เป็นขยะที่นำมารีไซเคิลได้ 80% เพราะฉะนั้น ถ้าคิดราคาขยะเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 บาท ก็เท่ากับเรากำลังทิ้งเงินวันละ 8 บาท


แต่เราสามารถเก็บเงินที่ตกหล่นกลับเข้ากระเป๋าได้ด้วยวิธีการคัดแยกขยะแบบง่ายๆ ซึ่งสมไทยเรียกว่า ธุรกิจขยะขายตรง หรือ "Direct Waste"

"ทุกวันเสาร์อาทิตย์จะมีแม่บ้านนั่ง รถแท็กซี่มาต่อคิวขายขยะกันยาวเหยียด ขนมาเต็มคันรถแท็กซี่ขายได้ 3,000 บาท ค่ารถ 200 บาท ทำไมจะไม่คุ้ม ไม่ใช่แค่ 20-30 บาท แต่มันเป็นเงินพัน เงินหมื่น ถ้ารู้จักการคัดแยกขยะ" สมไทย กล่าว

ก่อนจะคัดแยกขยะ ต้องรู้จัก "ขยะ" กันเสียก่อน สมไทย บอกว่า ขยะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

ขยะรีไซเคิล คือ ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ มี 4 กลุ่มหลัก คือ กระดาษ พลาสติก โลหะ แก้ว

ขยะแห้ง ซึ่งบางส่วนสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนการใช้ถ่านหินลิกไนต์ ในโรงงานปูนซีเมนต์ เช่น เศษผ้า เศษไม้ กล่องโฟม ถุงพลาสติก ซึ่งสมไทยเรียกขยะประเภทนี้ว่า "น้ำมันบนดิน"

ขยะเปียก เช่น เศษอาหาร ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่น ใช้เป็นอาหารสัตว์ และเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต โดยการใส่เชื้อจุลินทรีย์ทำเป็นปุ๋ย

ขยะอันตราย ก็มีทั้งที่นำไปรีไซเคิลได้ และรีไซเคิลไม่ได้ ซึ่งขยะอันตรายที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เช่น น้ำมันเครื่องรถยนต์ แบตเตอรี่เก่า

แต่ในขยะทั้ง 4 ประเภท มีอยู่ 9 ชนิดที่นำมาสร้างประโยชน์ ได้แก่ โลหะ กระดาษ แก้ว พลาสติก ยางรถยนต์ ขยะอันตราย เศษอาหาร ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะแห้งเพื่อเป็นพลังงานทดแทน

กระดาษ

กระดาษที่ขายได้ มีตั้งแต่กระดาษกล่องสีน้ำตาล กระดาษหนังสือเป็นเล่ม กระดาษสมุดนักเรียน กระดาษปอนด์ขาว-ดำ หรือกระดาษที่ใช้ในสำนักงาน กระดาษคอมพิวเตอร์ และกระดาษหนังสือพิมพ์ รวมทั้งกล่องนมและน้ำผลไม้

ราคารับซื้อแตกต่างกัน กระดาษที่ได้ราคาดีที่สุด ต่อกิโลกรัม คือ กระดาษสมุด กระดาษปอนด์ที่ใช้ในสำนักงาน ซึ่งกระดาษสำนักงาน กระดาษปอนด์ขาว ที่ผลิตจากเยื่อกระดาษใหม่ ผ่านการรีไซเคิลมาเป็นกระดาษทิชชูชนิดหยาบ หรือทิชชูสีชมพู

ก่อนหน้านี้กระดาษกล่องนมและกล่องน้ำผลไม้ขายไม่ได้ เพราะมีพลาสติกเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย ทำให้ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ปัจจุบันกระดาษกล่องนมก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ราคาต่อกิโลกรัมไม่สูงนัก

แต่กระดาษที่เคลือบด้วยพลาสติก เช่น กระดาษห่อของขวัญ กระดาษเปื้อนน้ำมันเครื่อง กระดาษติดกาว และกระดาษที่ทำจากฟางบางชนิด ขายไม่ได้ เพราะการปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้กระดาษเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้

แก้ว

แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ขวดแก้วดี และขวดแก้วแตก ซึ่งราคารับซื้อจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะขวดแก้วดี ราคารับซื้อจะขึ้นอยู่กับประเภทขวด

ขวดแก้วดีจะถูกนำกลับไปที่โรงงาน ผู้ผลิต เพื่อกลับไปทำความสะอาดและ นำกลับมาใช้อีก ซึ่งขวดใบหนึ่งสามารถใช้ซ้ำได้ถึง 30 รอบ ขณะที่ขวดแก้วที่ชำรุดเสียหาย จะถูกแยกเป็นขวดแก้วแตก จะต้องคัดแยกสี สีขาว สีเขียว สีแดง และ สีรวม ซึ่งจะนำไปหลอมและผลิตออกมาเป็นขวดใบใหม่

โลหะ

มีขยะหลายชนิดที่จัดอยู่ในกลุ่มโลหะ อาทิ เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง ทองเหลือง สเตนเลส และตะกั่ว รวมทั้งแบตเตอรี่ ซึ่งในกลุ่มนี้ ทองแดงมีราคาต่อกิโลกรัมสูงที่สุด

เหล็ก แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ เหล็กเหนียว (เช่น ตะปู เหล็กเส้น เหล็กฉาก) เหล็กหล่อ (เช่น หัวเตาแก๊ส ขาจักร เสื้อสูบรถยนต์) เหล็กรูปพรรณ เศษเหล็กอื่นๆ ซึ่งราคาซื้อขายเหล็กนอกจากจะขึ้นอยู่กับประเภทและสภาพของเหล็กแล้ว ขนาดเหล็กยังมีผลกับราคาด้วย โดยเหล็กตัดสั้นจะได้ราคาสูงกว่า

อะลูมิเนียม ก็มีอยู่หลายประเภท เช่นกัน อะลูมิเนียมหนา เช่น อะไหล่รถยนต์ ลูกสูบ อะลูมิเนียมบาง เช่น กะละมัง หม้อ ขันน้ำ และกระป๋องอะลูมิเนียม ซึ่งตัวกระป๋องและฝากระป๋องทำจากอะลูมิเนียมต่างชนิดกัน

สมไทย บอกว่า "กระป๋องอะลูมิเนียมทุกใบสามารถส่งกลับคืนโรงงาน เพื่อนำไปผลิตเป็นกระป๋องได้โดยไม่มีข้อจำกัดจำนวนครั้งในการผลิต"

พลาสติก

พลาสติกมี 2 ประเภท คือ เทอร์โมเซตติง (Thermosetting) มีรูปทรงถาวร ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (เช่น เมลามีน) และเทอร์โมพลาสติก (Thermo plastic) อ่อนตัวเมื่อได้รับความร้อนและสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ และพลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้

ห้องสมุดออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลอยู่ 7 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสัญลักษณ์รีไซเคิล คือ หมายเลขชนิดและตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับไว้

1) โพลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET หรือ PETE) ใช้ทำขวดน้ำดื่ม ขวด น้ำมันพืช สามารถนำมารีไซเคิลเป็น เส้นใยสำหรับทำเสื้อกันหนาว พรม ใยสังเคราะห์ ถุงหูหิ้ว กระเป๋า และขวด

2) โพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ใช้ทำขวดนม น้ำผลไม้ โยเกิร์ต บรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำยาทำความสะอาด ยาสระผม แป้งเด็ก ถุงหูหิ้ว สามารถนำมารีไซเคิลเป็นขวดใส่น้ำยาซักผ้า ขวดน้ำมันเครื่อง ท่อ ลังพลาสติก ไม้เทียมใช้ทำรั้วหรือม้านั่งในสวน

3) โพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ใช้ ทำท่อน้ำประปา สายยางใส แผ่นฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ม่านห้องน้ำ กระเบื้องยาง แผ่นพลาสติกปูโต๊ะ ขวดใส่แชมพู สระผม ประตู หน้าต่าง วงกบ และ หนังเทียม สามารถนำมารีไซเคิลเป็นท่อ นำประปา รางน้ำ กรวยจราจร เฟอร์นิเจอร์ เคเบิล แผ่นไม้เทียม

4) โพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE) ใช้ทำแผ่นฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ถุงใส่ขนมปัง ถุงเย็นสำหรับบรรจุอาหาร สามารถนำมารีไซเคิลเป็นถุงดำสำหรับ ใส่ขยะ ถุงหูหิ้ว ถังขยะ กระเบื้องปูพื้น เฟอร์นิเจอร์ แท่งไม้เทียม

5) โพลิโพรพิลีน (PP) ใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร เช่น กล่อง ชาม จาน ตะกร้า กระบอกใส่น้ำ ขวดซอส แก้วโยเกิร์ต ขวดบรรจุยา สามารถนำมารีไซเคิล เป็นกล่องแบตเตอรี่ในรถยนต์ ไม้กวาด พลาสติก แปรง ชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น กันชน ไฟท้าย

6) โพลิสไตรีน (PS) ใช้ทำภาชนะบรรจุของใช้ เช่น เทปเพลง สำลี หรือของแห้ง เช่น หมูแผ่น หมูหย็อง และโฟมใส่อาหาร สามารถนำมารีไซเคิลเป็นไม้แขวนเสื้อ ไม้บรรทัด แผงสวิตช์ไฟ ฉนวนกันความร้อน

7) พลาสติกชนิดอื่นๆ (OTHER) นอกจาก 6 ชนิดข้างต้น หรือผลิตจากพลาสติกหลายชนิด เช่น ไนลอน


ขยะประเภทอื่นๆ

ขยะอื่นๆ ที่ขายได้ เช่น ที่นอนนุ่น โดยนุ่นเก่าปั่นแล้วได้เนื้อ 80% ขณะที่ นุ่นใหม่ปั่นแล้วได้เนื้อ 40% น้ำมันพืช เก่า ที่ราคาสูงตามราคาน้ำมัน เพราะนำไป ผลิตไบโอดีเซล (ปี๊บละ 200 บาท ขายพร้อมปี๊บเก่า) กากมะพร้าว เนื้อมะพร้าว และโฟม

"ในบ้านหลังหนึ่งมีขยะมากกว่า 1,400 ชนิด ที่สามารถนำมารีไซเคิลได้" สมไทย กล่าวและบอกว่า วงษ์พาณิชย์จัดทำ "คู่มือคัดแยกขยะประจำบ้าน" เพื่อช่วย ให้จัดการกับขยะภายในบ้านด้วยมือของเราเองได้ง่ายๆ

สมไทย บอกว่า หลักการคัดแยกขยะ ที่ง่ายที่สุด คือ "มาอย่างไร ไปอย่างนั้น ตอนซื้อใส่ถุงมาก็ใส่ถุงไปขาย ซึ่งควรจะเป็นถุงใสดีที่สุด เพราะมองเห็นได้ว่าข้างในมีอะไร แถมถุงใสๆ ยังขายได้อีก"

"การจัดเก็บต้องให้แคบ ให้แบน ขวดพลาสติกคลายฝาออก บีบให้แบน กระดาษมัดใส่หีบห่อ ไม่เกะกะ กล่องนมต้องเอาหลอดออก ล้างน้ำ จะได้ไม่บูดเน่า" สมไทย แนะนำ

เพียงแค่รู้จักการคัดแยกขยะก็สามารถเพิ่มมูลค่าขยะได้ด้วย สมไทย บอกว่า "พลาสติกรวม ราคากิโลกรัมละ 12 บาท ถ้าแยกขวดน้ำขาวขุ่นออกมาขายได้ กิโลกรัมละ 30 บาท กระดาษสมุดใช้แล้วขายรวมๆ ได้กิโลกรัมละ 3 บาท แต่เอาปกออกแยกขายกระดาษขาวได้กิโลกรัมละ 7 บาท"

ขยะแต่ละชนิดราคารับซื้อเท่าไร สมไทย บอกว่า เข้าไปตรวจสอบราคาเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์ wongpanit.com ซึ่งแม้ว่าจะเป็นราคารับซื้อใน จ.พิษณุโลก แต่สามารถใช้เป็นราคากลางอ้างอิงได้ โดยราคารับซื้อในกรุงเทพฯ จะสูงกว่าราคากลางเล็กน้อย

"ราคาในกรุงเทพฯ จะสูงที่สุด จังหวัดยิ่งไกลกรุงเทพฯ ยิ่งราคาถูก เพราะศูนย์กลางตลาดอยู่ในกรุงเทพฯ ยิ่งอยู่ไกลยิ่งมีค่าขนส่งสูง" สมไทย กล่าว

ตัวอย่างเช่น ราคากระดาษขาว-ดำ ที่วงษ์พาณิชย์ สาขาสุวรรณภูมิ ราคา กิโลกรัมละ 8.8 บาท แต่วงษ์พาณิชย์ ที่พิษณุโลก ราคากิโลกรัมละ 7.8 บาท อะลูมิเนียมกระป๋อง ที่สุวรรณภูมิ ราคา กิโลกรัมละ 54 บาท ที่พิษณุโลก ราคา กิโลกรัมละ 49 บาท และพลาสติก PET ใส ที่สุวรรณภูมิ ราคากิโลกรัมละ 19.50 บาท ที่พิษณุโลก ราคากิโลกรัมละ 15 บาท

งานง่ายๆ ได้เงิน แถมช่วยลดโลกร้อน แค่นี้ก็เท่แล้ว



http://www.aksorn.com/article/article_detail.php?content_id=502


ที่มา http://www.gotoknow.org/blogs/posts/212876?page=1

July 27, 2012

ติดตามระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา real time
http://203.150.226.24/

May 29, 2012

Nokia Asha 200

สมัยนี้มือถือไม่ได้มีไว้แค่โทรออกรับสาย ฟังเพลง ฟังวิทยุ ส่งข้อความอย่างเดียวอีกต่อไปครับ จากเทรนด์ใหม่ปัจจุบันเริ่มมี "Social Network" เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน ทำให้ฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่จำเป็นต้องปรับตัวให้รองรับการใช้งานรอบด้านทั้งแชท, ลงแอพฯ ฯลฯ สำหรับวันนี้ผมมี Nokia รุ่นใหม่มาแนะนำให้รู้จักกันครับ มาพร้อมกับฟีเจอร์ครบเครื่อง ดูหนัง ฟังเพลง แชท Facebook, Twitter, MSN, Whatsapp ฯลฯ ได้ในตัว สามารถเป็นเจ้าของง่ายขึ้นด้วยราคาไม่ถึง 2,500 บาท ! เหมาะกับน้องๆ ที่อยากแชทแต่ไม่อยากจ่ายแพงจนเกินไป 







Nokia Asha 200
  ในยุคผลไม้ครองเมืองแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนเป็นอะไรที่ทุกคนสามารถควักตังซื้อง่ายขึ้น เพียง 4,xxx บาทเท่านั้นเอง ทำให้ฟีเจอร์โฟนเริ่มสูญพันธุ์ไปอย่างช้าๆ อย่างไรก็ดี Nokia ยังคงยึดหัวหาดด้วย "Asha Series" โดยเฉพาะ Nokia Asha 200 น้องเล็กสุดของตระกูล หน้าจอ 2.4 นิ้ว, คีย์บอร์ด QWERTY คลาสสิค ดีไซน์กะทัดรัด สีสันแรงสะใจ แชทผ่าน Facebook, Twitter, MSN ฯลฯ ฟังเพลง-ถ่ายภาพ และรองรับ 2 ซิม ! Dual-Standby แถมแบตอึดเทียบชั้นสมาร์ทโฟน ทั้งหมดนี้สนนราคาไม่ถึง 2,500 บาท .. ผมว่าคุ้มนะ
คุณสมบัติเด่น
- รองรับคลื่นความถี่ 900/1800 MHz (Dual SIM , Dual Standby)
- ใช้งาน Hot-Swap เปลี่ยนซิม 2 ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง
- คีย์บอร์ด QWERTY 4 แถว , ปุ่มเลือกซิม (เพื่อโทรออก)
- หน้าจอ TFT-LCD 2.4 นิ้ว (ความละเอียด 320x240 พิคเซล) แสดงผล 256k สี
- เมมโมรี่ภายใน 10MB , รองรับเมมโมรี่ภายนอกสูงสุด 32GB
- ระบบปฏิบัติการ Nokia S40 6th , Active Homescreen
- รับส่งข้อความ SMS/MMS/Email ผ่าน "Nokia Mail"
- ใช้งาน Edge , GPRS เล่นเบราเซอร์ได้ทั้ง 2 ซิม
- เครื่องเล่นเพลง MP3 - MP4 , วิทยุ FM รองรับหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
- อัพเดทสถานะ Social Network (Facebook) ผ่าน "Nokia Social"
- ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน "Nokia Store"
- แบตเตอรี่ Li-ion 1,410 mAh (BL-5J)


for info
ที่มา : http://www.i3.in.th/content/view/7410


ขอบคุณภาพ จาก www.Thaimobilecenter.com

April 27, 2012

น้ำเม็ดแมงลัก


น้ำเม็ดแมงลัก

E-Drink-Juice-2
ส่วนผสม
• เม็ดแมงลัก 15 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ)
• น้ำสะอาด 200 กรัม (14 ช้อนโต๊ะ)
• น้ำตาลทราย 50 กรัม
วิธีทำ
1. เลือดเศษผงออกจากเม็ดแมงลักแล้วใส่ภาชนะที่ทนความร้อน
2. รินน้ำร้อนหรือน้ำเย็นใส่ในเม็ดแมงลักคนให้เข้ากัน
3. ปล่อยให้เม็ดแมงลักพองตัวออกจนมีลักษณะเป็นเมือกขาวใส ตรงกลางเม็ดเม็ดแมงลักมีสีดำๆ จึงเติมน้ำตาล
4. วิธีเสิร์ฟ ตักน้ำแข็งใส่แก้ว รินน้ำเม็ดแมงลักใส่แก้ว ตกแต่งให้สวยงาม เสิร์ฟได้ทันที
คุณค่าทางโภชนาการ
ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ให้พลังงาน แก้ท้องผูก ระบายท้อง ถ้าจะให้ได้ผลดีควรดื่มก่อนนอน
ขอขอบคุณ หนังสือ น้ำผัก น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพ
ขอขอบคุณ www.petsang.com


April 11, 2012

อะครีลิคซีลแลนท์ กะ อะครีลิคฟิลเลอร์

ใช้อะครีลิคซีลแลนท์ แทน อะครีลิคฟิลเลอร์ ได้รึป่าวครับ?vote   ติดต่อทีมงาน

คือจะโป้วผนังบ้านภายนอกที่มีรอยร้าวที่ปูนฉาบทั้งที่เล็กขนาดเส้นผม และกว้างๆ ตามกรอบหน้าต่าง ก่อนที่จะทาสีใหม่
ลองอ่านตามเว็บ เค้าบอกว่า  ถ้ารอยเล็กๆ ให้ใช้อะครีลิคฟิลเลอร์ ใหญ่ๆ ใช้ อะครีลิคซีลแลนท์

ซึ่งผมใช้ไม่เยอะ กระปุกขนาด 1/4 GL กระปุกเดียว ก้อน่าจะพอ
ที่นี้ถ้าจะซื้อทั้ง 2 แบบ ก้อเกรงว่าจะเหลือเก็บ
ผมสามารถใช้อะครีลิคซีลแลนท์ โป้วรอยร้าวเล็กๆ รอยแตกลายงา แทน อะครีลิคฟิลเลอร์ ได้หรือไม่ครับ
จะได้ซื้ออะครีลิคซีลแลนท์ แค่กระปุกเดียว

และตอนโป้วเนี่ย ต้องสกัดปูนหรือขัดสีตรงรอยร้าวออกรึป่าวครับ หรือว่าทำความสะอาดแล้วโป้วลงไปได้เลย


Ans1  อะครีลิคซีลแลนท์ ดีกว่า อะครีลิคฟิลเลอร์ อะครีลิคซีลแลนท์จะกลบรอยเล็กๆ ได้ดีกว่า ราคาสูงกว่า 



ถ้าจะใช้อะครีลิค ก็ทำความสะอาดผิวรอยแตก แล้วก็โป้วปิดรอยไปได้เลย
แต่ถ้าแผลใหญ่ๆ จะต้องสกัดเปิดแผล  จากนั้นก็ โป้วอุดด้วย วัสดุพวก wall putty
ขัดผิวให้เรียบแล้ว ทาสีทับหน้าก็เรียบร้อยครับ อครีลิคจะใช้กับงานที่แผลไม่ใหญ่มาก
สมบัติการให้ตัวสูง ยืดหยุ่นได้ดี ตอนใช้อะครีลิคยาแนวรอยแตกใหม่ๆ ควรทิ้งไว้ซัก 1-2 วัน
สังเกตุดีว่ามีการยุบตัวหรือไม่ ถ้ายุบตัวนิดหน่อยก็เติมให้เสมอผิวบน จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
ค่อยมาทาสีทับครับ สีจะได้ไม่ย่นตามแนว หรือเป็นสันคลื่น
เป็นแนวทางนะครับ ไม่ใช่กฎตายตัว ประยุกต์ตามความเหมาะสมแล้วกัน



แหล่งเที่ยวกินย่านตลาดน้อย บ้านคุณนายดวงตะวัน โปษยะจินดา

แหล่งเที่ยวกินย่านตลาดน้อย บ้านคุณนายดวงตะวัน โปษยะจินดา
บ้านคุณนายดวงตะวัน โปษยจินดาชื่อบ้านโซวเฮงไถ่ แถวนั้นเรียกว่าบ้านประตูแดง คุณนายทำ ข้าวต้มมัด , สาคูไส้หมู และขนมจีนซาวน้ำ อร่อยมาก ข้าวต้มมัด จำราคาไม่ได้ อันละไม่กี่บาท สาคูไส้หมูกล่องละ 30 บาท ขนมจีนซาวน้ำ ชุดละ 45 บาท น่าพักกลางวันหรือซื้อกลับบ้าน แต่ต้องสั่งล่วงหน้าที่ 0879272881 เพราะคุณนายไม่ได้ทำทุกวัน ทำตามสั่งเท่านั้น

นอกจากบ้าคุณนายดวงตะวันแล้ว ย่านนั้นอาหารอร่อยก็มากมายนะคะ เมื่อก่อนหัวมุมซอยใกล้ริเวอร์ซิตี้ มีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอร่อยมาก ตอนนี้ย้ายไปที่อื่นแล้ว เพราะถูกไล่ที่ แต่ร้านเป็ดเจ้าท่ายังอยู่ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเป็ด และอาหารตามสั่งอื่นๆ อร่อยค่ะ ร้านเขาดังมาก

เดินแถวนั้นอย่าลืมเข้าไปชมศาลกวนอู กับเรือขุดโบราณในกรมเจ้าท่านะคะ อย่าเดินผ่านโดยไม่ได้แวะเข้าไป แล้วจะมาเสียดายทีหลัง

ศาลเจ้าทั้ง ๒ ศาลนั้น ศาลแรกเป็นศาลแต้จิ๋ว ศาลที่ ๒ เป็นศาลฮกเกี้ยน เมื่อไม่นานมานี้ พระองค์ภาฯก็เพิ่งเสด็จไปนมัสการศาลนี้

วัดปทุมคงคามีประวัติเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการประหารชีวิตผู้สูงศักดิ์

ส่วนมัสยิดโกชาของหลวงโกชาอิศหาก ต้นสกุลสมันตรัฐ มีบ้านผู้ดูแลมัสยิดอยู่ในนั้น ถ้าจะขอเข้าไปดูข้างใน คงต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน ข้างหลังมัสยิดเป็นป่าช้ากลางกรุงเลยค่ะ แต่ร่มรื่นสวยงามบรรยากาศดี ทางเข้ามัสยิดเป็นตึกแถว ทั้ง ๒ ฝั่ง เป็นแหล่งสร้างรายได้ของมัสยิด ห้องแถวห้องหนึ่งมีเกาลัดเกล็ดหิมะ และไอศครีม น่าทานและน่าซื้อกลับเหมือนกัน



บางตอนจาก Facebook

April 03, 2012

ชีสเค้กฟักทอง สูตรอร่อย

Cake [ชีสเค้กฟักทอง]


การทำเค้ก สูตรทำเค้กฟักทอง
มาแล้วจ้าา สำหรับสาวๆ หรือ หนุ่มๆ ผู้ที่ชื่นชอบขนมและของหวาน วันนี้ทาง ชุมชนคนชอบกาแฟ ก็นำวิธีทำขนมง่ายๆ มาฝากกัน งานนี้ ทำทานเองก็อร่อย ทำให้คนอื่นทานก็ยิ่งดีใหญ่ ทำให้แฟนทาน อันนี้ไม่ต้องพูดถึง รับรองคุณแฟนต้องปลื้มคุณขึ้นไปอีกเป็นแน่แท้ (แต่ต้องที่แบบทานได้นา ถ้าทานไม่ได้ก็คงต้องว่ากันไปอีกกรณี หนึ่ง) ^_^

วันนี้ขอนำเสนอเมนูขนมหวาน น่าทาน ที่ทำจากฟักทอง โอ้โห …ได้ยินชื่อฟักทองแล้ว หลายคนต้องชอบแน่ๆเลย เพราะฟักทองเป็น พืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งยังเป็นพืชสีเหลืองที่มีสารเบต้าแคโรทีนสู๊ง สูงอีกด้วย ซึ่งจัดว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง มีวิตามินเอ สูง ช่วยทำให้ นัยย์ของคุณสดใส แวววาวน่ารักอีกด้วย แถวไม่พอยังมีเส้นใยสูงช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายได้ดี แหม่…คุณประโยชน์เยอะแบบนี้ โอเค กินฟักทองต้มกันเลยดีกว่า ไม่ต้องกินมันละ ค๊ง เค้ก …. เย้ย ไม่ใช่ยังงั้น T_T
เรามาดูส่วนผสมกันดีกว่า
การทำเค้กฟักทอง
ส่วนประกอบต่างๆ
1. ครีมชีส 200 กรัม
2. น้ำตาล 50 กรัม
3. ฟักทองต้ม 80 กรัม
4. โยเกิร์ตแบบรสธรรมดา150 กรัม
5. เจลลาตินแผ่น 5 แผ่น
6. เนื้อฟักทองต้มสุกชิ้นเล็ก สำหรับแต่งหน้า

วิธีการเตรียม
การทำเค้กฟักทอง
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเจลลาตินแผ่น ให้นำเจลลาตินแผ่นมาแช่น้ำเย็นไว้ก่อน (ถ้าหาซื้อไม่ได้ ก็เอาชนิดผงก็ได้ แต่ชนิดผงก็ได้)
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมฟักทอง นำมาต้มให้สุก เอาเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อ
ขั้นตอนที่ 3 ฟักทองที่ต้มสุกแล้วนำมาบดหรือคนๆให้ละเอียด เนียน (พักไว้อุณหภูมิห้อง)
การทำเค้กฟักทองขั้นตอนที่ 4 ใช้ครีมชีสของ Philadelphia หรือ ยี่ห้ออื่นก็ได้นำมาพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง (ถ้าไม่มี เอายี่ห้ออื่นได้มั้ย :: ได้จ้า)
ทำเค้กฟักทอง การทำเค้กขั้นตอนที่ 5 ตีครีมชีสให้ละเอียดนุ่ม พร้อมกับใส่น้ำตาลลงไป ตีรวมกันจนเข้าเนื้อ
การทำเค้กฟักทอง สูตรทำเค้กขั้นตอนที่ 6 นำฟักทองที่บดไว้ มาตีรวมกับครีมชีส ตีไปเรื่อยๆจนเป็นเนื้อเดียวกัน
การทำเค้กฟักทองขั้นตอนที่ 7 เทโยเกิร์ตผสมลงไป ใช้ไม้พายคนๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน3
การทำเค้กฟักทองขั้นตอนที่ 8 จากเจลลาตินแผ่นที่แช่น้ำไว้ตอนแรก นำมาละลายโดยอุ่นให้ละลายหรือเข้าไมโครเวฟซัก 10-15 วินาที (ถ้าไม่มีสามารถใช้แบบผงแทนได้)
ฟักทอง สูตรการทำเค้กขั้นตอนที่ 9 นำเจลลาตินที่ละลายแล้วผสมลงไปใน ครีสชีส ใช้ไม้พายคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
ชีสเค้ก ฟักทองขั้นตอนที่ 10 นำครีสชีสฟักทองที่ได้ มาใส่ในถ้วยเล็กๆหรือภาชนะที่ต้องการแล้วนำเข้าตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง
สูตรการทำ ชีสเค้กจากฟักทองขั้นตอนที่ 11 แต่งหน้าด้วยฟักทองชินเล็กๆเป็นอันเสร็จ จ้าาาา
เค้กฟักทองเพิ่มเติม :: สามารถนำครีสชีสฟักทองก่อนที่จะผสมเจลลาตินที่ได้มาราดหน้าพาย เค้กก็ได้ตามใจชอบ ก็อาจจะได้เป็น Pumpkin Cheese Pie หรือ เค้กเป็นต้น

เป็นยังไงบ้างน้า การทำชีสเค้กฟักทอง ไม่ยากเลยใช่มั้ย ดูท่าทางทำง่าย แต่ถ้าทำเองกินได้ไม่ได้นั่น อาจจะอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เป็นไรครับงานนี้ การทำอาหารก็ต้องฝึกกันไป เดี๋ยวก็เก่งเองทำไปชิมไป บางอย่างเราก็ไม่ต้องกังวนมากเช่น เครื่องปรุงต้องเป๊ะ นู้นนี่ต้องได้ บางทีก็กะๆเอา ก็อร่อยในสไตล์เรา

admin ก็ งงๆ  เหมือนกัน ที่เวลารายการทำอาหารเค้าบอกว่า ต้องใช้ไฟอ่อน ไฟกลาง ไฟแรงไรงี้ คือเตาที่บ้าน อาจจะไม่ไฮโซ บางทีเราก็ไม่รู้ เช่น ถ้าเป็นเตาที่เค้าใช้ทำผัดไทยหละ เปิดไฟที ไฟลุกซู่ ฉะนั้นก็เลยบอกว่า ไฟกลาง ไฟอ่อน ไฟแรง มันก็ต้องกะๆ เอากันไปซึ่งขึ้นอยู่กับอาหารที่เราทำอีกที คือถ้าทอดไข่ 1 ใบละไปทอดด้วยไฟแรงแบบที่เค้าทำผัดไทย อะไรงี้นะ ก็จะควันโขม่งกันไป T_T




April 02, 2012

ทำไงดีหากมีแฟนเป็นหนุ่มขี้หลี

ทำไงดีหากมีแฟนเป็นหนุ่มขี้หลี ? เคยสงสัยไหมว่า
ทำไมผู้หญิงบางคนถึงอยากไปทำศัลยกรรมเสริมทรวงอกกันเหลือเกิน?
มันมีผลต่อการสร้างแรงดึงดูดให้เพศตรงข้ามเข้าหาหรือไง?
จึงทำให้พวกเธอตัดสินใจพึ่งการทำศัลยกรรมพลาสติกเพื่อให้ตัวเองดูอึ๋มขึ้น
เนื่องจากเชื่อว่าการทำเช่นนี้ (มีหน้าอกบิ๊กไซส์) จะเป็นที่ต้องตา
ต้องใจของชายหนุ่ม

ซึ่งคำตอบน่าจะเดากันได้ว่า ก็แน่ละสิ ที่ผู้หญิงพยายามทำงานเก็บหอมรอมริบ
แถมยังยอมเจ็บตัวไปเสริมซิลิโคน บางทีก็ทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจริงๆ
เพราะเชื่อว่าผู้ชายจะสังเกตสังกาและสะดุดตาผู้หญิงในแวบแรกก็ตรงหน้าอกของเธอนั่นแหละ
แต่ในกรณีของผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว การไปเสริมหน้าอกเพราะอยากให้แฟนรัก
แฟนหลงมากกว่าเดิม หรือรำคาญที่ถูกแฟนหนุ่มพูดมากเรื่องที่เธอหน้าอกเล็กก็ได้
จึงเกิดแรงฮึด ยอมเสียสตางค์เสียเวลาไปทำศัลยกรรมให้เขาเลิกบ่น
และจะได้ป้องกันไม่ให้ฝ่ายชายหาข้ออ้างไปมีอีหนูด้วย

นอกจากนี้ ผู้หญิงบางคนยังยอมรับว่า การมีหน้าอกไม่เล็กเกินไป
จนไม่ถูกล้อว่าเป็นสาวอกไข่ดาว แต่มีขนาดที่พอเหมาะพอควรนั้น
ช่วยทำให้พวกเธอ...มีความสุขและมั่นใจมากขึ้น เพราะเชื่อว่าตัวเองสวย

“ความรู้สึกว่าสวยขึ้นยังแบ่งเป็น 2 ระดับด้วยนะ” คุณปู
สาวที่เข้าใจความรู้สึกของเพศเดียวกันให้ความเห็นต่อไปว่า “ผู้หญิงเนี่ยพารานอยด์
(ไม่สบายใจ) นะ ถ้าทรวงอกเธอเล็กเกินไป ดังนั้น
ถ้าเธออยากหน้าอกใหญ่ขึ้นกว่าเดิมละก็
เชื่อได้ว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเพียงฝ่ายเดียว
แต่ทำเพื่อคนที่เธอรักด้วย เรียกว่าสวยเพื่อคุณ ผู้ชายของเธอก็ได้
เพราะพวกผู้ชายน่ะชอบอวดเรื่องแฟนว่าของใครสวยกว่ากันจะตาย”

บอกตามตรงการที่ผู้หญิงให้ความสำคัญกับหน้าอกหน้าใจ
ก็ไม่ต่างกับการที่ผู้ชายให้ความสำคัญกับอาวุธประจำกายของตัวเองนั่นแหละ
ขืนของใครสั้นและเล็กก็จะรู้สึกมีปมทางใจ และดิ้นรนอยากใหญ่เช่นกัน

ฉะนั้น ขนาดจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบางคน แต่ไม่ใช่ความสุขทั้งหมดของชีวิต
เนื่องจากหลายคู่ยอมรับว่า ความรักและความผูกพันต่างหากที่สำคัญกว่า
ส่วนสังขารนั้นคือความไม่เที่ยง

อย่าลืมว่า คนจะงาม งามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวย สวยกิริยาใช่ตาหวาน!

โอเคล่ะ เมื่อคนเราประสบพบเจอกันครั้งแรก ย่อมสนใจกันที่รูปร่างหน้าตาก่อนอย่างอื่น
แต่เวลาจะเลือกคบใครอย่างจริงจัง คงไม่คำนึงถึงหน้าตาอย่างเดียวแล้ว
แต่อยากศึกษาไปถึงจิตใจลึกๆลงไปกว่านั้นด้วย

ทีนี้ปัญหาน่ารำคาญใจ โดยเฉพาะผู้หญิงเวลามีแฟน มักพบว่าแฟนของตัวชอบมองคนอื่น
หรือชอบชมคนอื่นบ่อยๆน่ะสิ แต่พอถามขึ้นมา อู้ยเขางี้ ชอบปฏิเสธว่าไม่จริ๊ง ไม่จริง
ทั้งๆที่เห็นกันตำตาขนาดนั้น แต่ยังปากแข็งอยู่ได้ว่าไม่ใช่
หรือไม่ก็หัวเราะกลบเกลื่อนไปเลย

อันที่จริงหากผู้ชายมองผู้หญิงอื่นบ้างก็เป็นเรื่องธรรมชาติ
ใครไม่อยากมองสาวอื่นที่สวยกว่า อึ๋มกว่า เซ็กซี่กว่าแฟนตัวเองล่ะ
แต่ชายก็มักขี้จุ๊

อยู่ได้ว่าไม่ได้มอง ไม่ได้ชม ไม่ได้สนกันทั้งปี

แบบนี้ถือว่าเป็นการโกหกซึ่งๆหน้า โอ้โห ขนาดแฟนสาวจับได้ไล่ทันก็ยังปฏิเสธอีก
ลักษณะนี้แหละที่ทำให้ผู้หญิงไม่ชอบ แถมสาวบางคนอาจคิดมากเตลิดไปไกลว่า แหม
เรื่องแค่นี้ก็ไม่ซื่อสัตย์กันซะแล้ว

แต่เอาน่ะ ฝ่ายหญิงที่มีแฟนเป็นเช่นนี้ก็อย่าคิดฟุ้งซ่านเกินไป และเชื่อว่า
ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะไม่ถือสาหาความกับแฟนหนุ่มในกรณีนี้มากมายนัก
เพราะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ขนาดที่ทำให้ต้องเลิกกันสักหน่อย
อย่างมากวิธีการลงโทษก็อาจผลักเขาแบบรู้ทัน ตบเขา (เบาๆ) หรืองอนใส่ ก็จบ
ด้านฝ่ายชายก็ควรตามไปหาวิธีง้องอนกันต่อ เพราะถ้าไม่ง้อจะยิ่งผิดสังเกต!

เอางี้ วิธีรับมือกับคำโกหกของผู้ชายที่ส่ออาการขี้หลีต่อหน้าแฟนสาวน่ะเหรอ
พวกไม่ยอมหยุดแจกขนมจีบทั้งที่มีแฟนแล้วนี่น่าตีจัง อย่างไรก็ตาม เห็นที
คุณสุภาพสตรีคงต้องพิจารณากันเป็นเคสๆไป เช่น... 1.ถ้าเขาแค่มีอาการหน้ามืดตามัว
ถูกกิเลสครอบงำเพียงชั่วคราว แล้วก็เพียงหันไปมองคนโน้นคนนี้
แบบให้ความสนใจเพียงแค่มอง ไม่ได้อยากเข้าไปรู้จักมักจี่
หรือถลาเข้าไปจีบสาวคนนั้นละก็ ปล่อยเขาไปเถอะ
บอกแล้วไงว่าอย่างมากก็ทำเป็นงอนเขาก็แล้วกัน
อย่าไปเก็บมาเป็นอารมณ์ให้ขุ่นเคืองใจจนเกินไป เดี๋ยวไม่สวยนะจะบอกให้

2.ถ้าเขาเอ่ยปากชมผู้หญิงอื่นที่สวยกว่า อึ๋มกว่า
และทรวดทรงองค์เอวดีกว่าก็ลองท้าเขาสิว่า ถ้าชอบก็ไปจีบหล่อนสิ...
ว้าย...แต่แค่พูดเล่นนะ ไม่ได้แนะให้ไปท้าจริง
แต่ถ้าใครจะทำจริงก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคนงั้นถ้าเขาชมผู้หญิงอื่นได้
คุณก็ลองชมผู้ชายคนอื่นที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าเขาดูบ้างสิ ดูดิ เขาจะคิดอย่างไร?
งอนคุณ หรือไม่พอใจคุณไหม? หากเขาเป็น ก็อธิบายให้เขาฟังแล้วกันว่า
คุณก็ไม่ชอบเหมือนกัน แล้วค่อยๆคุย เพื่อสร้างความเข้าใจ
อย่าได้ถือคติยอมหักไม่ยอมงอเชียวนะ โถเรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย

3. หากเขาแสดงความสนใจในตัวผู้หญิงคนอื่น ชนิดอยากจีบเธอคนนั้นอย่างจริงจัง
แต่ยังทำเป็นไม่กล้า
หรือกลบเกลื่อนด้วยการเฉไฉละก็เชื่อว่าผู้หญิงที่มีแฟนแล้วทุกคนมีสัญชาตญาณที่ประเมินได้ด้วยตัวเองทั้งนั้นนะว่า
แฟนของคุณกู่ไม่กลับและถลำลึกไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว
เนื่องจากพวกเจ้าชู้มักเก็บอาการนี้ไม่ค่อยมิด จะมีแววตา, มีคำพูด,
มีอากัปกิริยาให้จับได้ไล่ทัน ซึ่งหากสาวใดรับได้กับความเจ้าชู้ของเขาก็แล้วไป
ตรงข้ามถ้ารับไม่ได้ เพราะส่อแววว่าเขาพยายามจีบเพื่อนของคุณ
ไอ้หยาขืนมักง่ายอยากได้มาก อุ๊ยต๊ายตาย แล้วฝ่ายหญิงจะทนไหวอีกหรือ?

เมอร์ลินไทยรัฐออนไลน์
  โดย เมอร์ลิน
  1 เมษายน 2555, 05:00 น.