Pages

Long Live The king

Long Live The king
Showing posts with label รัก. Show all posts
Showing posts with label รัก. Show all posts

February 26, 2012

รักไม่ว่าแต่อย่าบ้าเพราะรัก

รักไม่ว่าแต่อย่าบ้าเพราะรัก ว่ากันว่า
ความรักทำให้คนเราสามารถทำอะไรบ้าๆบอๆ และคาดไม่ถึงขึ้นมาได้ งั้นมาดูกันว่า
ในโลกเบี้ยวใบนี้ มีใครทำอะไรแปลกๆและไม่น่าเชื่อว่าจะทำเข้าไปได้
เมื่อยามมีความรักกันดีกว่า

เช่น เคยไหม ไปยืนอยู่หน้าบ้านคนที่คุณหลงรักแต่ไม่ได้เข้าไปหา
เพราะไม่กล้าเนื่องจากแอบรักเขาอยู่ หรือใครเคยตีตั๋วขึ้นรถทัวร์
(บางรายลงทุนขึ้นเครื่องบินด้วยซ้ำ) ไปหาดาร์ลิ่งที่อยู่ห่างกัน ด้วยความคิดถึง
ทั้งๆที่เพิ่งแยกจากกันได้แค่วันเดียว
นี่คือตัวอย่างของความรักที่ดลบันดาลใจให้พวกเราทำอะไรบ๊องส์ๆ อย่างไม่คาดฝัน

ต่อด้วยคู่ของมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่ชื่อ นายจอห์น กู้ดแมน วัย 48 ปีกันเลย
รายนี้กำลังถูกดำเนินคดี โทษฐานสังหารนางสก็อตต์ วิลสัน ภรรยาเมื่อสองปีที่แล้ว
และมีสิทธิ์ถูกพิพากษาจำคุกถึง 30 ปี
ถึงรวยก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะกฎหมายที่โน่นศักดิ์สิทธิ์ ผิดก็ว่าไปตามผิด
เรื่องผัวฆ่าเมียไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ตรงนี้ต่างหากที่ประหลาด
เพราะก่อนที่เขาจะถูกตัดสินว่าผิดจริงหรือไม่ เขากลับใช้วิธีซิกแซกด้วยการ
รับแฟนสาว ฮีเธอร์ ฮันต์ชินส์ วัย 42 ปี เป็นลูกบุญธรรมซะเลย เออเอากะเขาสิ

จากการขุดคุ้ยแจ้งว่า ที่กู้ดแมน ต้องรับแฟนสาวเป็นลูก เนื่อง จากกลัวว่า
ทรัพย์สมบัติของตัวจะถูกครอบครัวของเหยื่อซึ่งเป็นภรรยาสุดซวยฟ้องเรียกค่าเสียหายคิดเป็นมูลค่ามหาศาล
จึงอาจทำให้เขาหมดตูด ทรัพย์จางอย่างรวดเร็ว
จึงหาทางเลี่ยงด้วยการเคลื่อนย้ายทรัพย์สมบัติซะก่อน แหม ฉลาดจังนะตัวเอง
แต่เวลามีเรื่องให้ขึ้นโรงขึ้นศาลกันเมื่อไหร่ กระบวนการยุติธรรมก็คงไม่โง่นักหรอก

ตัวอย่างต่อไป ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมหาคู่กันทางออนไลน์ แต่ นายทอม เฟลเทนสไตน์
เล่นไป จองป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ บิ๊กเบิ้มประกาศหาหวานใจผ่านทางบิลบอร์ด
ชนิดยอมจ่ายค่าป้ายโฆษณาแพงๆก็เก๋ไปอีกแบบ ถามว่า วิธีการนี้เวิร์กไหม? คำตอบคือ
ตอนนี้เขาแต่งงานกับสาวที่ชื่อซินดี้แล้ว แต่ไม่ได้เจอกันเพราะป้ายโฆษณาหรอกนะ
ทั้งคู่กลับปิ๊งรักกันตอนที่
ต่างฝ่ายต่างพาสุนัขออกไปเดินเล่นแล้วเจอกันโดยบังเอิญต่างหาก ฝ่ายหญิงบอก
ไม่เคยเห็นป้ายบิลบอร์ดหาคู่ของสามีมาก่อนเลย ไม่รู้ถ้าเห็นแล้วจะคิดอย่างไร?

ส่วนรักบนรถไฟใต้ดินในมหานครนิวยอร์ก ก็ทำให้ นายแพทริค โมเบิร์ก
สเกตช์ภาพหญิงสาวคนที่เขาเจอในรถไฟฟ้ามาหานะเธอ แล้วนำภาพนั้นไปลงในเว็บไซต์
ที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อตามหาเธอโดยเฉพาะ เนื่องจากไม่รู้จักว่าสาวคนนี้
ชื่ออะไรและอยู่ที่ไหน? จนเวลาผ่านไป 48 ชม.หลังจากที่เขาโพสต์ภาพลงไปในเน็ต
จึงรู้ว่า เธอชื่อคามิล เฮย์ตัน
มีเชื้อสายเป็นชาวออสเตรเลียที่เข้ามาฝึกงานกับนิตยสารฉบับหนึ่ง

แพทริคเล่าว่า วันที่เขาเจอคามิลในรถไฟใต้ดิน เป็นช่วงที่มีผู้โดยสารเยอะมาก
เขาเดินสะเปะสะปะเข้าไปหาที่ยืนในรถ
และส่งสายตาสะดุดรักไปเจอสาวผมสีน้ำตาลที่มีดอกไม้เสียบอยู่ที่หูข้างหนึ่ง
เธอกำลังเขียนอะไรบางอย่างอยู่ เขาจึงถามว่าเขียนอะไร? แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ
รถไฟก็จอด เธอจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากรถ

แทนที่จะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป เขากลับไม่ยอมแพ้ และหาเธอจนพบ ฝ่ายคามิล เล่าว่า
ปกติเธอจะหลีกเลี่ยงไม่ขึ้นรถไฟใต้ดิน ทว่าวันนั้นจำเป็น
เรื่องโรแมนติกจึงเกิดขึ้นอย่างมหัศจรรย์

อีกคู่ที่ทำอะไรพิเรนทร์ได้เพราะรัก ได้แก่คู่ของ เบอร์ตัน หรือเบิร์ท ปูกาช
และลินดา ไรซ์ เรื่องของคู่รักคู่นี้ตกเป็นข่าวฮือฮามานาน
เมื่อสมัยที่ฝ่ายชายเป็นทนายความดาวรุ่ง วัย 32 ปี
พบรักกับฝ่ายหญิงตอนโน้นอายุเพียง 21 ปี (ปัจจุบันทั้งคู่อยู่ในวัย 80 กับ 70 ปี)
หลังจากตามจีบและตามตื๊อฝ่ายหญิงจนเป็นแฟนกัน
แต่ในที่สุดความลับที่ฝ่ายชายเก็บงำไว้ก็ทำให้ลินดาตาสว่างจนได้ว่า
เขามีภรรยาเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว!!!!

ลินดาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับเบิร์ทอย่างเด็ดขาด แต่เขายืนกรานว่า จะหย่าจากเมีย
ทว่า การหย่าร้างไม่เคยเกิดขึ้นจริง กระทั่งลินดาไม่อยากรอและหันไปหมั้นกับแฟนเก่า

เท่านั้นแหละ เบอร์ตันทนไม่ได้ จึงจ้างคนสาดน้ำกรดใส่เธอแถมเผาบ้านด้วยว้ายตาย
ทำให้เธอตาบอด ส่วนเขาถูกจับและใช้กรรมจำคุกนานถึง 15 ปี โมโหหึงนี่หว่า
แต่หลังออกจากคุก สองคนนี้กลับไม่เข็ดที่จะกลับมาครองรักกันใหม่ ธรรมดาซะที่ไหน
แถมขอแต่งงานกันด้วย

คงสงสัยว่า ลินดาไม่โกรธเกลียดสามีหรอกหรือที่ร้ายกับเธอขนาดนี้?
โกรธน่ะโกรธแต่เขารับผิดชอบ
เพราะตอนอยู่ในคุกเขาก็ติดต่อมาหาเรื่อยๆก็เลยใจอ่อนว่างั้น
เฮ่อ.....ความรุนแรงและการบันดาลโทสะยังไง้ ยังไงก็ยังมีอยู่ในโลก
ถ้าตราบใดหนุ่มสาวที่แม้รักกัน แต่เกิดโมโหหรือไม่เข้าใจกันขึ้นมา
ก็สามารถทำในสิ่งที่เลวร้ายต่อกันได้
ส่วนใหญ่ผู้ชายมักเป็นฝ่ายใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงซะด้วย

เหตุนี้จึงอยากรณรงค์ให้คู่รัก (หรือคู่นรกยามโกรธกันก็ไม่รู้สิ) ลด, ละ,
เลิกใช้ความรุนแรงต่อกัน ซึ่งมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลมีคำแนะนำ
ไปสู่การปรับเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ ค่านิยม เพื่อให้คู่ครองให้เกียรติกัน ดังนี้
1. ตั้งสติ เมื่อมีความโกรธหรือหึงหวง
เพราะส่วนใหญ่คนพอหึงจะขาดสติอยากทำให้อีกฝ่ายเจ็บ 2.
ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพราะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเลย 3.
พูดคุยสร้างความเข้าใจ หากมีเรื่องค้างคา ควรเปิดใจคุยกัน 4.
สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้เกิดขึ้น 5. เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน

6. (เวลาจะทำอะไรก็ขอให้) นึกถึงใจเขาใจเรา 7. รักเดียวใจเดียว ไม่เอาเปรียบอีกฝ่าย
8. ไม่ใช้ของมึนเมาหรือสิ่งเสพติด เป็นทางออก 9. สร้างกติกาการอยู่ร่วมกัน
ให้ชัดเจน สุดท้าย 10. เมื่อถึงที่สุดแล้ว หากไม่สามารถประคองความรักคู่กันได้
ต้องคิดว่า ไม่ใช่คู่เราและควรจากกันด้วยดี

จะพูดไป การทำอะไรเพี้ยนๆ เพราะรักนั้น
ไม่ใช่มีตัวอย่างให้เห็นแต่เฉพาะเรื่องร้ายๆเท่านั้น เพราะรักแล้วทำดีต่อกันก็เยอะ
เช่น สามีเซอร์ไพรส์ภรรยาด้วยการซื้อรถใหม่เอี่ยมป้ายแดงให้เป็นของขวัญงี้
ที่จริงผู้ชายน่ารักกับแฟนนั้นมีถมเถ เพียงแต่ใครจะเป็นสาวผู้โชคดีเท่านั้น.



 โดย เมอร์ลิน
  26 กุมภาพันธ์ 2555.

January 31, 2012

รู้ได้ไงว่าควรเป็นแฟน กันไปนานๆ - ข่าวไทยรัฐออนไลน์

คู่ที่เลิกและหันมาคบกันใหม่แถมได้แต่งงานกันนั้น
ต้องเป็นคู่ที่ต่างฝ่ายต่างตกผลึกทางใจแล้วว่า ไม่สามารถจะขาดกันได้
เพราะพอห่างกันแล้ว ฝ่ายชายจะไร้ความสุขทันที เหมือนอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้
จะกระวนกระวาย ซึมเซา เนื่องจากชินที่จะมีอีกคนอยู่ ใกล้ๆ
ดังนั้นเจ้าความรู้สึกแรงกล้านี้แหละจึงทำให้เมื่อได้กลับมารักกันใหม่
ฝ่ายชายไม่อยากเดี๋ยวรัก เดี๋ยวเลิกกันอีกแล้ว แต่ชวนกันมาสมรส สมรักกันดีกว่า

แต่หากคู่ไหน ฝ่ายชายไม่ได้รู้สึกแรงกล้าเหมือนอย่างที่เล่ามา
ก็แย่หน่อยนะที่จะบอกว่า ยิ่งขืนฝ่ายหญิงงัดวิธีทำเป็นเลิกเพื่อให้เขามาง้อละก็
ถ้าเผื่อเขาไม่ง้อ ก็หน้าแหกและซวยสิเนอะ

เมื่อนักจิตวิทยาไม่แนะนำให้งัดวิธีหักดิบอย่างนี้มาใช้พร่ำเพรื่อ
แล้วท่านเสนอให้ใช้วิธีไหน เพื่อไขปัญหาคับข้องใจของฝ่ายหญิงที่มีแฟนแล้ว
แต่ฝ่ายชายไม่ยอมชวนเธอแต่งงานด้วยสักที?

งั้นอย่างนี้สิ ต้องจับมาคุยกันให้รู้เรื่อง โดยฝ่ายหญิงควรถามเขาว่า
ในเมื่อเราคบกันมาจนป่านนี้แล้ว (บอกเขาไปเลยว่ากี่วัน กี่เดือน และกี่ปีแล้ว
แสดงให้เขาเห็นว่า คุณน่ะจำแม่น แต่ต้องแน่ใจว่าคบกันมานานพอสมควรนะ
ไม่ใช่เพิ่งคบกันมา 7 วันก็ถามเรื่องแต่งงานซะแล้ว
ว้ายตาย...อย่างนี้ขอเชียร์ให้ฝ่ายชายวิ่งหนีดีกว่า)

ขั้นต่อไป ฝ่ายหญิงก็ถามฝ่ายชายว่า ในเมื่อเราคบกันมานานแล้ว เขาคิดว่า ในอนาคต
คู่ของเราจะมีอะไรคืบหน้าไปกว่านี้ไหม?
ให้เขาตอบอย่างเปิดอกมาเลยว่าคิดกับคุณอย่างไร มั่นคงกับความสัมพันธ์คราวนี้ขนาดไหน
จะได้รู้ทิศทางลมว่า จะเอาอย่างไร กันแน่ เช่น อยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกันไหม
หรือแค่คบคุณไว้เผื่อเลือกก็ว่ามา ฝ่ายหญิงจะได้ไม่เสียเวลา
ของพรรค์นี้ควรคุยกันให้เคลียร์ จะได้สบายใจ

เพราะเกิดมาหนนึง ถ้าผู้หญิงรักใครและเขาก็รักด้วย
เธอย่อมอยากหมั้นหมายหรือแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว
ซึ่งถ้าเป็นสุภาพบุรุษจริงก็ควรให้เกียรติ ฝ่ายหญิงตามกติกาสากลนี่นะ

ว่าแล้ว บางคนก็มีวิธีเฟ้นหาแฟนที่คิดว่าจะสามารถอยู่กันไปได้นานๆ
ด้วยการทดสอบใจคนที่ตัวเองคบอยู่ดูไงล่ะ เช่น...

1.ลองใจด้วยการพูดถึงแฟนเก่าขึ้นมา เพื่อดูสิว่า
คนที่คบอยู่ด้วยตอนนี้จะรู้สึกอย่างไร? ด้วยการพูดขึ้นมาลอยๆว่า
เมื่อวานนี้แฟนเก่าของฉันโทร.มาหาล่ะ แถมชวนให้ไปทานข้าวด้วยกัน
อยากรู้ว่าคุณคิดอย่างไร (ถามคนที่คบอยู่เดี๋ยวนี้?)
ซึ่งแฟนเก่าอาจไม่ได้โทร.มาก็ได้ แต่อยากลองใจก็เลยโม้ขึ้นมา

ถ้าเขา (ผู้ที่คุณคบอยู่ตอนนี้) ทำเป็นพูดในเชิงหึงหวง
แล้วห้ามปรามไม่ให้คุณไปหาแฟนเก่าละก็ โอ้ย แสดงว่า เขาใจแคบนะ
การที่เขาหึงเราน่ะดี แต่ควรหึงแต่พองาม ขณะคุณ (ที่เป็นหญิง)
ต้องให้ความมั่นใจเขาด้วยว่า ถ่านไฟเก่าไม่ลุกโชนขึ้นมาแน่ๆ
ซึ่งถ้ารับประกันอย่างนี้แล้ว เขายังหึงบ้าหึงบอ หึงจนไม่มีเหตุผลละก็
เห็นทีคุณควรโบกมือลาหรือห่างกันไปสักพักก่อนเถอะ
ถ้าเขารับมือกับเรื่องแฟนเก่าของคุณไม่ได้เลยละก็ แล้วจะอยู่ด้วยกันยืดรื้อ?
อย่างน้อยก็ควรจะไว้วางใจกันบ้าง

ในทางตรงกันข้าม ถ้าฝ่ายหญิงเล่าว่า แฟนเก่าโทร.มาชวนไปทานข้าว แล้วเขา
(คนที่คบกันอยู่) ถามอย่างใจเย็นว่า จะไปทานกันที่ไหนเมื่อไหร่? แถมบอกด้วยว่า
“แค่อยากรู้เท่านั้น เพราะจะไปหรือไม่ไป ผมเชื่อว่าคุณตัดสินใจเองได้” แหม
อย่างนี้สิ ถึงจะน่าคบกันไปนานๆ

2. พยายามให้เขาเห็นตัวตนที่แท้จริงของคุณให้มากที่สุด เช่น
ถ้าคุณเป็นสาวที่ซุ่มซ่ามไม่ได้เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ แต่น่ารักและอารมณ์ดี
ก็ให้เขาเห็นมุมนี้ของคุณไปเลย อย่าไปเก็บซ่อนไว้ หากเขารับได้ ก็น่านแหละแสดงว่า
เกิดมาคู่กันแล้วไหมล่ะ

3.ดูสิว่าเขาสามารถเป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีแค่ไหนยามที่คุณมีปัญหา?
ด้วยการลองขอคำปรึกษาจากเขาในเรื่องการทำงานบ้าง
หรือเล่าให้เขาฟังเรื่องที่คุณมีปัญหากับเพื่อนๆ แล้วดูสิว่า
เขาจะให้คำแนะนำที่ดีแก่คุณได้ไหม ถ้าใช่ ก็วิเศษไปเลย
แต่ถ้าเขาเดินหนีเพราะไม่อยากฟังปัญหาของหล่อนละก็ คงรู้นะว่า ควรทำอย่างไรต่อไป
แหม ขนาดแค่นี้เขายังไม่สนหรือกระตือรือร้นอยากช่วยแม้แต่ปลอบใจคุณเลย ก็คงคบ
กันได้ไม่นานหรอก เพราะคุณก็จะทนต่อความเฉยเมยของเขาไม่ได้เหมือนกัน รู้หรอกน่า

4.เขาชื่นชมหรือวิพากษ์วิจารณ์คุณกับเพื่อนๆของเขากันแน่? ถ้าลับหลัง
เขายังชื่นชมคุณอยู่นั่น ก็คว้าไว้เลย คนนี้แหละสอบผ่าน ควรเป็นแฟนกันไปนานๆ.

@@@

เมอร์ลินไทยรัฐออนไลน์
  โดย เมอร์ลิน
  29 มกราคม 2555, 05:00 น.