Pages

Long Live The king

Long Live The king

August 20, 2012

ไฮโซหมื่นล้าน 'ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์' มหาเศรษฐีแห่งความสุข


'ก้มได้แต่ไม่คลาน...' ไฮโซหมื่นล้าน 'ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์' มหาเศรษฐีแห่งความสุข! - ข่าวไทยรัฐ

'ก้มได้แต่ไม่คลาน...' ไฮโซหมื่นล้าน 'ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์' มหาเศรษฐีแห่งความสุข!
 การแต่งงานและการไม่ปรากฏตัวในงานสังคมเท่าไหร่...!

ดูเหมือนจะไม่มีผลกับไฮโซสาวทายาทเจ้าของธุรกิจหมื่นล้านคนนี้
เพราะทุกครั้งที่มีการจัดอันดับไฮโซที่น่าจับตา จะมีชื่อของเธอแทบทุกครั้งไป


ไม่ใช่เหตุผลพูดไม่เก่งจึงไม่ออกงาน เพราะหากใครมีโอกาสได้นั่งคุย
จะพบว่าเธอเป็นนักเล่าเรื่องตัวฉกาจ ทั้งลีลา ถ้อยเจรจาความใช่เล่นซะเมื่อไหร่
เจอกันลองถามเรื่องลับๆ ฮาๆ เกี่ยวกับงานที่โรงแรม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกค้าแอบขโมยตัดพรมใต้เตียง
หรือเรื่องลูกค้าขโมยเครื่องปิ้งขนมปังไป หรือเรื่องซื้อที่สร้างโรงแรมบนเกาะ
แต่เจ้าหน้าที่จะเอาที่จอดรถ 20 คัน ซะอย่างนั้น ฯลฯ

เรื่องเล่าเบื้องหลังมากมายชนิดที่เขียนออกมาเป็นพ็อกเกตบุ๊กได้เป็นเล่มๆ
เลยทีเดียว  

ที่โรงแรมเคป พันวา ภูเก็ต ในบรรยากาศงดงาม
ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้พูดคุยในมุมที่หลายคนไม่รู้ ทั้งเรื่องส่วนตัว
เรื่องการบริหาร กระทั่งการค้นพบความสุข และปรัชญาในการใช้ชีวิต ของ แวว ธีรวัลคุ์
ปังศรีวงศ์ ไฮโซสาวเศรษฐีหมื่นล้าน ทายาทสาวเจ้าของโรงแรมเคป พันวา ภูเก็ต



งาน ภารกิจที่กลมกลืนกับชีวิต...

นี่เสื้อที่ใส่ก็ยังยับๆ
ไม่ได้รีดเลยนะเนี่ย...แววเริ่มประโยคคุยด้วยเสียงหัวเราะสดใส
หลังแซวความเซอร์แบบไม่มีพิธีรีตองในตัวเอง

“งานหลักตอนนี้แววรับผิดชอบหลายอย่าง ทั้งการตลาด แต่หลักๆ
ก็เรื่องซื้อที่ดินให้คุณพ่อดูรวมๆ ที่เหลือก็ดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
แต่จะให้ดูทุกอย่างก็คงไม่ไหว อย่างคอนเซปต์ การตกแต่ง ยูนิฟอร์ม
โดยใช้ประสบการณ์ที่ไปเที่ยวเมืองนอกมาประยุกต์ว่าเทรนด์เป็นอย่างไรมาปรับใช้กับโรงแรม
อย่างตอนนี้ก็บุกไปหัวหิน ระยอง ที่อยุธยาก็กำลังจะขึ้นตึกที่ 2
ซึ่งโชคดีที่เกษมกิจเรามีทีมที่แข็งแรง นี่ก็ 5 ปีที่มาอยู่ทำงานที่นี่ ก็ค่อยๆ
ปรับตัวกันไป”

เคล็ดลับ เมื่อเจอปัญหา...


แวว บอกว่า เป็น 5 ปี ที่ถือว่าไม่ยาวนาน ซึ่งปัญหาใหญ่ที่เจอ อันดับแรกคือเรื่องคน

“คนก็มีทั้งดี-ไม่ดี เราก็พยายามเก็บคนที่ดีให้อยู่กับเรานานที่สุด
แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือปัญหาจากภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น น้ำท่วม
เกิดความขัดแย้งทางการเมือง การประท้วงบ่อย โดยเฉพาะการเปลี่ยนนโยบาย อย่าง 300 บาท
จริงๆ โรงแรมทั่วไป
โดยเฉพาะโรงแรมที่ตั้งมาสักระยะอย่างเราไม่ได้เดือดร้อนมากขนาดนั้น
เพราะพนักงานส่วนใหญ่ได้เงินเกินอยู่แล้วแต่สิ่งที่ทำให้คนทำธุรกิจโรงแรมงงก็คือ
พอนโยบาย 300 บาทออกมาปุ๊บ กรมสวัสดิการฯ พูดอย่าง กรมแรงงานฯ พูดอย่าง
สรุปจะให้เราทำอย่างไร เรื่องทิศทางของภาครัฐไม่ชัดเจน ทำให้เราเหนื่อยมาก
งบก็ปิดไม่ได้”


ถามว่าแก้ไขปัญหาอย่างไร...? แววบอกว่าก็ใช้วิธีแถ แบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป

“อย่างเรื่อง 300 บาท สมาคมโรงแรมฯ ก็เรียกประชุมกันทุกอาทิตย์ว่าจะเอาอย่างไร 2-3
เดือนก็ไม่ได้ข้อสรุป ก็ใช้วิธีใครบอกอย่างไรก็ทำไป
อีกเรื่องหนึ่งที่คนทำธุรกิจโรงแรมจะงงมากก็คือกฎหมายสิ่งแวดล้อม อย่าง จ.ภูเก็ต
มีโรงแรม 50% เท่านั้นที่มีใบอนุญาตประกอบการโรงแรม และหนักกว่านั้น 80%
ไม่เคยตรวจค่าสิ่งแวดล้อม ค่าน้ำเสีย ค่าน้ำทิ้ง เราเอาหัวเป็นประกัน
คำถามก็คือแล้วอยู่กันได้อย่างไร ซึ่งโรงแรมแววส่งทุกครั้งไม่เคยขาด ผิดก็แก้ๆ
ไปเรื่อยๆ ตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง
แต่พอเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ชุดใหม่ก็ให้เราแก้อีกแล้ว
แต่กับโรงแรมที่ไม่เคยส่งตรวจค่าสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ รัฐก็จะไม่ไปยุ่งกับเขา
ซึ่งเยอะมาก”

ปัญหาโลกแตก...

แววยกตัวอย่างอีกว่า
เรื่องการไปขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมบนเกาะแห่งหนึ่งที่ต้องนั่งเรือข้ามไป
ก็บอกว่าเราจะเปิด 25 ห้อง เขาบอกว่าต้องมีที่จอดรถ 10 คัน


“เราก็ถามคุณคะ มันต้องนั่งเรือไป แล้วจะเอาที่จอดรถไว้ทำไม
เขาบอกว่าไม่รู้แต่กฎหมายโรงแรมต้องมี 10 คัน มันเจอเรื่องแบบนี้ทุกวัน
หรือเรื่องการทำหลังคาต้องสีเขียวเท่านั้นเพื่อสิ่งแวดล้อม
อันนี้เป็นเรื่องที่เหนื่อยมากสำหรับเราที่จะทำความเข้าใจกับระบบราชการ
หลายคนก็พูดไม่เหมือนกัน นี่คือปัญหาใหญ่ที่เราพบและแก้ไขไม่ได้
ซึ่งก็พยายามทำดีที่สุด”

บริหารแบบคอมมอนเซนส์...

คุ้นหูหรือยังกับคำว่านักบริหารสาว แววปฏิเสธบอกกับคำนี้เพราะไม่เก่งการเจรจา
และการจับโน่นนี่ มาดิวกัน แววเรียกการทำงานของตัวเองว่าธุรกิจครอบครัว
คือเห็นอะไรดีก็ทำไป

“อย่างเวลาคุณพ่อ (ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์) บริหารประชุมตามโรงแรม
สิ่งที่ท่านไม่ดูเลยก็คืองบประมาณ การเงิน คุณพ่อสอนเลยว่าอย่าดูก่อน
เพราะว่าดูก่อนเท่ากับโง่ เราก็บอกว่าจะโง่ได้อย่างไร
ท่านสอนว่าทำให้ดีที่สุดเงินก็จะมา
อย่าไปเชื่อพวกมาร์เก็ตติ้งที่บอกว่าให้ใส่โน่นนี่ลงไป
มันแค่เปลือกนอกแบบนี้ไม่ยั่งยืน สิ่งที่นักเที่ยวดูจากโรงแรมก็คือ อาหารอร่อย
ห้องทำสะอาดไหม พนักงานแต่งตัว บริการทำให้แขกพอใจไหม ถ้าพอใจเงินก็มา
แต่ถ้าไปดูเงิน โอ้โห้ทำของดีๆ มันแพง เมื่อแพงก็ตัดพนักงาน ตัดเงิน ตัดผงซักฟอก
ตัดต้นไม้ ตัดดอกไม้ ตัดๆๆ ซึ่งเมื่อของมันห่วย คุณภาพมันต่ำ เงินก็ไม่มา”

ดังนั้นหน้าที่ของเราก็คือทำตัวเราเองให้ดีที่สุดไม่ต้องห่วงเรื่องทุ่มเงิน
แววเป็นผู้บริหารที่ใช้คอมมอนเซนส์ในการบริหารงาน คือเห็นอะไรดีก็ทำ
อะไรไม่ดีเราก็ปรับปรุง

ชีวิตคู่ ที่คี่บ้างก็ได้...

กลับมาถามเรื่องชีวิตคู่ แววบอกว่า บางทีก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

“สามี (เบน เตชะอุบล ทายาทกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป) แววก็บ้างาน
บ้ามากกว่าแววซะอีก (หัวเราะ)
ซึ่งการแต่งงานกันมันทำให้ชีวิตคู่พะรุงพะรังน้อยลงกว่าไม่แต่งงาน
ประมาณว่าคนนี้ฉันจองเอาไว้แล้ว (หัวเราะ) ประกาศว่าเป็นฉัน
ส่วนใหญ่เรื่องงานก็มีปรึกษาขอคำแนะนำบ้าง บางที่เขาก็ถามเราว่ามีความเห็นอย่างไร
แต่โดยรวมแล้วพี่เขามีความเป็นนักธุรกิจมากกว่าแววมาก”



วิถีชีวิตคู่...

สำหรับการวางแผนชีวิตคู่ แววบอกว่า ตั้งใจจะให้มันสมดุลกัน
ก็พยายามกินข้าวด้วยกันทุกวันตอนเย็น วันเสาร์-อาทิตย์ก็พยายามเจอกันเที่ยวกันบ่อยๆ
ส่วนใหญ่ไลฟ์สไตล์เราไปด้วยกันได้ ต่างกันที่เขาชอบออกกำลังกาย
แต่เราจะขี้เกียจกว่า ชอบทำอาหารอยู่กับบ้าน

“ส่วนเรื่องอนาคตก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ แต่วางแผนเอาไว้ว่าสักปลายปีจะเริ่มมีลูก
ตอนนี้ก็พยายามไม่เครียด โชคดีทำงานกับที่บ้าน
ซึ่งถ้ามีลูกตั้งใจเอาไว้ว่าก็จะทำห้องนอนลูกในออฟฟิศ (หัวเราะ)
โชคดีที่ชีวิตเราเลือกได้”

เมื่อตามหา จึงได้เจอ 'ความสุข'...

แววบอกว่าตอนนี้ชีวิตกำลังลงตัวทั้งการทำงานที่มีความสุข ได้ทำในสิ่งที่รัก
ชีวิตคู่ก็มีความสุข มีคนที่เข้าใจอยู่เคียงข้าง ได้ทำอาหาร ได้ไปเที่ยว
ได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ มีเพื่อนดีๆ มากินข้าวบ้าง

“ชีวิตแววค่อนข้าง “Simple”
เราไม่ได้มีความสุขกับการมีเจ็ทมารับไปกินข้าวที่นอร์มังดี กริลล์ทุกวัน ไม่ใช่
แววถือว่าชีวิตนี้โชคดีแล้วที่มีแฟนแบบนี้ มีคุณพ่อ คุณแม่ มีเพื่อนดีๆ แบบนี้
สิ่งที่ดีที่สุดของเรา แววเจอคนที่อยู่รอบตัวดีๆ ซึ่งถือว่าเป็นบุญของแววมาก
ได้เจอแต่บัณฑิต พาเราไปหาสิ่งที่ดีๆ ขึ้น ชวนไปทำบุญ ชวนไปอ่านหนังสือ
ไปเที่ยวก็พาไปที่ดีๆ เป็นข้อที่เราดีใจที่สุด พูดได้ว่าวันนี้เราค้นพบความสุขแล้ว”

สุดท้ายถามว่า อีก 5 ปี ความสุขที่ามันจะเคลื่อนย้ายไปไหม...

“แน่นอน มันต้องเคลื่อนบ้าง เด็ก ความสุขก็คือได้กินของอร่อย เรียนแล้วได้เกรดดี
แต่ตอนนี้ก็ได้สามีดีๆ มีคู่ชีวิตดีๆ การงานที่ดี อนาคตอยากจะมีลูกที่น่ารัก
การงานก็คงอยากจะให้เจริญกว่านี้ มันเป็นกิเลสหรือเปล่าไม่รู้”

แววกล่าวปิดท้ายกับคำถามที่ว่า รู้สึกอย่างไรกับคำว่าไฮโซบ้างาน
แม้จะรู้สึกว่าไม่ได้บ้างาน แต่ก็ยังดีกว่าเรียกว่าอย่างอื่นนะคะ



ล้อมกรอบ

1.หนังสือโปรด - แววชอบ The Great Gatsby เป็นเรื่องเกี่ยวกับยุค 1920
ที่เกี่ยวกับสังคมสมัยนั้น โดยเส้นหลักเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ

2.หนังโปรด-ฟ้าทะลายโจร เธอชอบหนังเรื่องนี้มาก เนื่องจากตอนที่เรียนอยู่ที่ลอนดอน
จู่ๆ สำนักข่าว BBC ก็พูดภาษาไทยเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ พอดูปุ๊บ สีสวย เพลงเพราะ
และกับการแกล้งให้เชย จนไม่เชยทำให้ชอบมาก

3.ของสะสม- ตอนเด็กๆ แววสะสมทุกอย่าง
แต่ยิ่งโตก็ยิ่งเบาไม่ได้สะสมอะไรเป็นจริงเป็นจังเลย อย่างเครื่องประดับ ชอบถึงซื้อ


4.ปรัชญาในการใช้ชีวิต- 1.ต้องรู้จักตอบแทนคนที่มีพระคุณ เพราะคนกตัญญูจะเจริญ
2.ก้มได้แต่อย่าคลาน เพราะในชีวิตเราบางอย่างก็ต้องยอมได้ แต่ต้องไม่คลาน
ต้องมีหลักการในชีวิต โดยเฉพาะการทำธุรกิจบางทีก็ต้องยอม ต้องเอาใจคน
แต่สิ่งนั้นถ้ามันต้องผิดหลักการของตัวเองจะไม่ทำ ต่อให้ตายยังไงก็ไม่ทำ

5.ไอดอล -1.คุณพ่อ แม้ภายนอกจะดูเฮฮา สนุก แต่ท่านจะมีปรัชญาในการใช้ชีวิตที่สูงมาก
2.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ซึ่งพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับพวกเรามาก และสุดท้ายน้าน้อง-กอบกาญจน์
วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เจอกันทีไรก็น่ารัก
และเก่ง ซึ่งแววอยากจะเหมือนเขา

6.ถามว่าชีวิตที่ต้องเฟอร์เฟกต์มันจะมีความสุขไหม - แววบอกว่า
ถ้าเป็นการทำงานก็โอเค แต่ชีวิตส่วนตัวเราไม่ค่อย ปล่อยไปตามสบายๆ

7.เกษมกิจ โฮเทลส์ เป็นเจ้าของและผู้บริหารงานโรงแรมชั้นนำ แบ่งเป็น 3 แบรนด์
ประกอบด้วย เคป โฮเทล คอลเลกชั่น, แคนทารี คอลเลกชั่น, และคามิโอ คอลเลกชั่น
ปัจจุบันมีทั้งหมด 15 โรงแรมทั่วประเทศไทย
ในแต่ละคอลเลกชั่นให้บริการที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับมาตรฐานสูงสุดสำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย
เคป โฮเทล คอลเลกชั่น ให้ความหรูหราสำหรับแขกที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด
www.capecollection.com

8.แคนทารี คอลเลกชั่น ให้บริการห้องพักที่เพียบพร้อมทั้งระยะสั้น และระยะยาว
ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
 www.kantarycollection.com คามิโอ คอลเลกชั่น
ให้บริการที่พักสำหรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว คุ้มค่าทุกความต้องการ

http://www.kameocollection.com และ www.kameocollection.com

ขอบคุณข่าว :ไทยรัฐออนไลน์
  1 สิงหาคม 2555




August 14, 2012

ตะไคร่น้ำ


ปัญหาตะไคร่น้ำ


12 ส.ค. 2553 
เริ่มเข้าหน้าฝนมาได้สักพักแล้วนะครับ นอกจากความเย็นชุ่มช่ำของสายฝน (และรถติด) แล้ว หลายท่านคงสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงรอบๆ ตัวไปเยอะเหมือนกัน สำหรับท่านที่ชอบปลูกต้นไม้ หลายคนคงรู้สึกชอบที่เห็นต้นไม้ของท่านเจริญงอกงามอย่างรวดเร็ว แต่แน่นอนว่าเมื่อต้นไม้ที่ท่านปลูกไว้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ตะไคร่น้ำก็เช่นเดียวกันที่เจริญเติบโตได้รวดเร็วไม่แพ้กันหรืออาจเร็วกว่าต้นไม้ของท่านด้วยซ้ำไป บางคนอาจจะชอบเพราะรู้สึกว่าสวยดี ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบสวนที่มีตะไคร่น้ำ เพราะรู้สึกว่ามันชุ่มชื้นและเย็นสบาย โดยเมื่อครั้งที่เริ่มจัดสวนที่บ้าน ได้ลงทุนทำขอบล้อมรอบทางเดินซึ่งปูด้วยอิฐให้น้ำขังเพื่อให้ตะไคร่น้ำจับที่ตัวก้อนอิฐ เพราะไม่ชอบพื้นผิวอิฐมอญใหม่ๆ (หลังจากนั้นก็นำขอบนั้นออก)



นักจัดสวนหลายคนก็เช่นเดียวกันมักจะ(จงใจ)นิยมใช้ตะไคร่น้ำเหล่านี้เป็นองค์ประกอบในการจัดสวน โดยใช้วัสดุอย่างเช่น หิน หรืออิฐ มาจัดเป็นองค์ประกอบสวนในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง มีน้ำขังเล็กน้อย เพื่อให้ตะไคร่จับตัวกับหินหรืออิฐ เหล่านั้น เพื่อให้เกิดความสวยงาม แต่แน่นอนว่า เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝน ตะไคร่น้ำเหล่านั้นจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วกว่าปกติ จนทำให้ไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในที่ที่กำหนดไว้ได้ และเมื่อไปเจริญเติบโตอยู่บนบริเวณทางเดิน หรือบันได ก็อาจจะก่อให้เกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุได้ง่าย



วิธีแก้ไขสำหรับพื้นที่มีตะไคร่น้ำเกาะหนาแน่นก็คือ ใช้น้ำยาทำความสะอาดเชื้อราและตะไคร่น้ำ แต่ต้องจำไว้ว่าจะต้องเลือกชนิดของน้ำยาให้ถูกต้องกับพื้นผิวที่จะทำความสะอาด ตัวอย่างเช่น พื้นคอนกรีต อิฐ หินธรรมชาติ โดยราดน้ำยาทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้น้ำยาทำปฏิกิริยากับคราบตะไคร่น้ำ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำ หากยังเหลือครามที่ติดฝังแน่นอยู่ ก็คงจำเป็นที่จะต้องออกแรง ใช้แปรงขนแข็งขัดกันอีกนิดหน่อย หรืออาจจะใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง (แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงอยู่สักหน่อย) ฉีดทำความสะอาด หลังจากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง



การทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดตะไคร่น้ำ จะสามารถขจัดตะไคร่น้ำได้เพียงบางส่วนเท่านั้น สังเกตได้จากการที่พื้นผิวเหล่านั้นยังคงมีสีเขียวๆ อยู่ แม้ว่าเราจะออกแรงขัดมากแค่ไหนก็ตาม เพราะเมื่อตะไคร่น้ำเกาะกับพื้นผิวใดๆ แล้ว ตะไคร่น้ำจะฝังรากลึกลงไปในพื้นผิวที่มันเกาะอยู่ เมื่อเราไม่สามารถขจัดรากที่ฝังแน่นอยู่เหล่านั้นออกไปได้ทั้งหมด เมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ตะไคร่น้ำเหล่านั้นก็จะแตกหน่อเจริญเติบโตอีก สิ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือ ชะลอการเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำเก่าที่เราไม่สามารถขัดออกได้หมด และกันไม่ให้ตะไคร่น้ำใหม่ซึมเข้าสู่พื้นผิวได้ง่ายนัก โดยมีขั้นตอนต่อไปดังนี้



เมื่อพื้นผิวที่ทำความสะอาดแห้งสนิทแล้ว ก็ควรลงน้ำยาป้องกันตะไคร่น้ำ เพื่อลดการเกิดของตะไคร่น้ำ และป้องกันคราบตะไคร่น้ำซึมเข้าสู่พื้นผิวได้โดยง่าย โดยใช้แปลงหรือลูกกลิ้งทาน้ำยาลงไปบนพื้นผิว ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง จนแห้งแล้วทาทับอีกครั้ง หากใครประสบกับปัญหาตะไคร่น้ำก็ลองทำตามดูนะครับ



Tip
  • เพื่อเป็นการลดปัญหาความลื่นของพื้นทางเดินรอบๆ บ้านอันเนื่องมาจากตะไคร่น้ำ แนะนำให้คุณเลือกใช้วัสดุปูพื้นที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปนัก หรือเลือกปูพื้นโดยใช้วิธีปูแบบเว้นร่องเอาไว้สำหรับโรยทราย หรือหินกรวด เพื่อเพิ่มผิวสัมผัสที่หยาบ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสีสันและความสวยงามได้อีกด้วย
  • หลีกเลี่ยงการใช้พื้นผิวที่มีความมันอย่างเช่น พื้นกระเบื้องดินเผา หรือพื้นซีเมนต์ขัดมัน สำหรับทำทางเดิน ให้เลือกใช้พื้นผิวที่มีผิวสัมผัสหยาบ อย่างเช่น พื้นทรายล้าง หรือพื้นผิวซีเมนต์แบบขัดหยาบแทน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุเพราะพื้นผิวที่มีความมัน ถึงแม้ไม่มีตะไคร่น้ำจับ แต่เมื่อเปียกน้ำก็จะมีความลื่น เช่นกัน


ขอบคุณเรื่อง:  บ้านและสวน http://www.baanlaesuan.com/Onlyonweb.aspx?cid=3&aid=32

August 13, 2012

August 07, 2012

ไฮเตอร์ น้ำยาซักผ้าขาว


น้ำยาซักผ้าขาว ส่วนใหญ่นำมาใช้ขจัดคราบรอยเปื้อน คราบสกปรกต่างๆ ที่ติดในใยผ้า แต่น้ำยาซักผ้าขาวมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ด้วยส่วนผสมของ "โซเดียมไฮโปรคลอไรด์" ที่มีอยู่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ แถมราคาถูก เพียงนำไปเจือจางแล้วนำมาทำความสะอาด


นายสุธี อัศวธรรมกิตติ ผู้จัดการตราสินค้าผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าขาวไฮเตอร์ บริษัท คาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด มีคำแนะนำมาฝากพ่อบ้านแม่บ้านถึงวิธีการใช้น้ำยาซักผ้าขาวทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคข้าวของเครื่องใช้ประเภทต่างๆ


ทำได้ง่ายๆ เพียงนำน้ำยาซักผ้าขาวผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:100 ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดพื้นผิวเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วทิ้งไว้สักพัก จึงเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด และเพื่อความปลอดภัยควรสวมถุงมือทุกครั้งระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์กับโลหะและวัสดุเคลือบสี

ส่วนโต๊ะทำงานเป็นจุดที่สะสมเชื้อโรคมากเนื่องจากสัมผัสบ่อยครั้ง ควรเช็ดทำความสะอาดโต๊ะก่อน จากนั้นเจือจางน้ำยาซักผ้าขาวกับน้ำในอัตราส่วน 1/2 ฝาต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วเช็ดทำความสะอาด ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดโต๊ะ และผ้าที่ใช้เช็ดภาชนะจานชาม ถังขยะ ตะกร้า กล่องพลาสติก ควรนำมาแช่ไว้ในน้ำที่ผสมน้ำยาซักผ้าขาว ในปริมาณน้ำ 1 ลิตร ต่อ 1/2 ฝา ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง


ตู้เย็น ตู้กับข้าว ตู้เสื้อผ้า ให้เจือจางน้ำยาซักผ้าขาวกับน้ำในปริมาณ 1/6 ฝาต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วนำผ้าที่ต้องการใช้เช็ดทำความสะอาด ชุบน้ำ บิดผ้าพอหมาดๆ นำไปเช็ดทำความสะอาด จากนั้นเช็ดด้วยผ้าที่ล้างในน้ำสะอาดอีกครั้ง

ส่วนพื้นบ้าน พื้นระเบียงหรือเขตอนามัยภายในบ้าน ควรทำความสะอาดพื้นผิวก่อนด้วยน้ำเปล่า จากนั้นให้เทน้ำยาซักผ้าขาวลงผสมกับน้ำในปริมาณ 3 ฝาต่อน้ำ 5 ลิตร หรือ 1/2 ฝาต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วเช็ดหรือทำความสะอาดพื้นผิวนั้นๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกและเช็ดให้แห้ง

นอกจากนี้เสื้อสะอาด ซึ่งมักมีปัญหากลิ่นอับหลายสาเหตุ ทั้งซักเสื้อผ้าไม่สะอาด ผ้าแห้งไม่สนิท หรือเกิดจากเชื้อโรคโดยเฉพาะแบคทีเรีย แก้ไขได้ง่ายๆ โดยซักผ้าขาวด้วยน้ำยาซักผ้าขาวกับผงซักฟอก แช่ผ้าไว้ประมาณ 5-15 นาที แล้วซักตามปกติ เท่านี้สิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่ฝังอยู่ในใยผ้าก็จะหมดไป
ข้อมูลอ้างอิงจากข่าวสดรายวัน

แนะนำเที่ยวเยาวราช


ถนนเยาวราช
สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเนสถานที่สำหรับส่งเสริมการค้าขาย ได้รับการขนานามว่าเป็น "ถนนมังกร" จุดเริ่มต้นของหัวมังกรอยู่ที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา บริเวณวงเวียนโอเดี่ยน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณ ตลาดเก่าเยาวราชเป็นตลาดสดเอกชนที่เก่าแก่กว่าร้อยปี ในตลาดมีทั้งอาหารสดและของแห้งจากเมืองจีน ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะปลาแห้ง แปะก้วย เห็ดหอม หอยขวางดอง ขิงดอง ผลไม้จากเมืองหนาว รากบัวแห้ง ลูกไหน ลูกพลับ ซึ่งส่วนใหญ่จะขายส่งตลาดนี้คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่า "เล่าตั๊กลัก" แปลว่าตลาดเก่า ข้ามจากฝั่งตลาดเก่ามาซอยอิศรานุภาพ จะมีตรอกแยกเข้าสู่ตลาดอีกแห่งทางด้านขวามือมีป้ายสีแดงเขียวนว่าตลาดกรมภูธเรศหรือที่ชาวบ้านนิยมเรียก ตลาดใหม่กรมภู ส่วนคนจีนแต้จิ๋วเรียกว่า "ชิงตั๊กลัก" ตลาดนี้จะเป็นตลาดขายส่งของสดเป็นส่วนใหญ่ซอยอิศรานุภาพนั้นรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าซอยเล่งบ้วยเอี้ยเป็นที่ตั้งของ "ตลาดเล่งบ้วยเอี้ย" ซึ่งตั้งชื่อชุมชนตามชื่อศาลเจ้าเก่าแก่ของชาวจีนแต้จิ๋วที่ตั้งอยู่ในซอยนี้ ขายสินค้าคล้ายคลึงกับตลาดเก่าแต่จะเป็นลักษณะขายปลีกมากกว่า

เยือนแล้วอย่าพลาด
     บ้านอายุร้อยปี ในตลาดเล่งบ้วยเอี้ย ที่ภายในยังคงสถาปัตยกรรมแบบเก่าเอาไว้
     ร้านก้วง ห่าง เซ่ง มีช่องส่งของระหว่างชั้นที่ 1 และชั้น 2 และมีบานเกล็ดที่เจาะไว้ให้ตรงกับเคาน์เตอร์คิดเงิน คนที่อยู่ชั้นล่างและชั้นบนจะมองเห็นกันผ่านช่องนี้ได้ ร้านนี้ขายของแบบที่เรามักเรียกว่าโชห่วย แต่ภาษาจีนกวางตุ้งจะเรียกว่า "จาบฟอโผว" อีกหลังหนึ่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามไม่ไกลกันนัก
     ร้านซุ่ย เยง หยุ่น  มีหลังคาสูง เปิดช่องรับแสงให้ส่งผ่านลงมาจนถึงชั้นล่างและฝ้าเพดานไม้แบบเก่าที่ยังคงเหลืออยู่ริมถนนเจริญกรุงมีร้านค้าเก่าแก่อยู่หลายร้าน อาทิ ร้านขายยาจีน เช่น ร้านจิ้นเฮงฮวด ร้านสินไทยโอสถ ที่ยังคงมีคนมาซื้อยาอยู่อย่างสม่ำเสอม ภายในร้านตกแต่งภายในด้วยฝีมือช่างสมัยก่อน เช่น ตู้ยา บานกระจกแบบโค้ง
     ร้านทำโคมจีน ที่เรียกว่า ท่งฮวง หรือโคมเจ้า เวลานำไปถวายเจ้าจะเขียนชื่อเจ้าลงบนเส้นสีแดง
     ร้านขายสุรา โงว ก๊วง ลั่ง แจ จำหน่ายสุรา ยู่อี่-กระดูกเสือ ต่อเนื่องกันมาถึง 4 รุ่นแล้ว รุ่นแรกเป็นชาวจีนที่เก่งภาษาจนได้รับแต่งตั้งจากฝรั่งให้เป็นกัปตันฮอลันดา มีตำแหน่งเป็นทูตของประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่อมาได้แต่งงานกับบุตรสาวพระยาโชฎึกราชเศรษฐี จึงลาออกมาใช้ความรู้ทางการแพทย์ประกอบกิจการขายยา สมุนไพรจีนปรุงเอง ที่เน้นทางด้านบำรุงสุขภาพ

น่าชิมลิ้มลอง
     ในตลาดเยาวราชจะมีร้านอาหารที่สืบทอดสูตรดั้งเดิมกันมาหลายสิบปีให้ชิมอยู่มากมาย อาทิ ริมถนนเยาวราชใกล้ตรอกแปลงนามมี ร้านเกาเหลาเลือดหมู เหงือกหมู กินกับข้าวร้อนๆ ชื่อ ร้านนายเอ็ก มีอาหารเมนูหมูโดยเฉพาะ ร้านนี้ขายทั้งกลางวันกลางคืน ข้างๆ มีร้านขายขนมร้อน-เย็น แบบจีนๆ อยู่ด้วย ใกล้ๆ กันมีร้านอึ้งเป็งชุนลูกชิ้นปลา ที่ผ่านไปครั้งไหนก็เห็นมีลูกค้ามารอซื้อ เดินเข้ามาทางถนนเยาวพานิชย์ เลี้ยวมุมไปหน่อยจะเจอ ร้านข้าวแกงกะหรี่อั้งม้อ สูตรแต้จิ๋วใส่สมุนไพร 3 อย่างทำกัน 2 คนตายาย สมัยรุ่นพ่อจะใช้หม้อทองเหลืองหาบขาย เมนูดั้งเดิมคือ แกงกระหรี่เนื้ออ่อน แต่หากไม่กินเนื้อเอ็นหมูก็อร่อยไม่แพ้กัน ตุ๋นเปื่อยนุ่ม น้ำแดงรสชาติเบาใส่ฟักแนมมาพับพริกชี้ฟ้าซอย เดินเลี้ยวไปไม่ไกลนักจะเป็น ร้านกาแฟเอี๊ยะแซ ที่นี่นอกจากกาแฟจะหอมกลมกล่อมเพราะใช้กาแฟคั่วเองแล้ว ยังมีน้ำสกัดจากเมล็ดอัลมอนด์รสเข้มข้น หรือเอ่งยิ้งที่คนจีนนิยมดื่มแก้ร้อนใน และน้ำหน่อเค่า คือกาแฟผสมชามีทั้งใส่นมและไม่ใส่นม กนกับขนมปังสังขยาสูตรพิเศษใช้ไข่ล้วนๆ เคี่ยวถึง 8 ชั่วโมงรสชาติจะออกโบราณหน่อย ถ้าชอบรสสมัยใหม่ก็เติมนมสดลงไป เดินข้ามมาที่ตลาดเล่งบ้วยเอี้ยยังมีติ่มซำ ร้านฮ่องกงติ่มซำ เป็ดย่าง หมูย่าง ร้านก๊ำหล่ง ขายมากว่าร้อยปีแล้วพอตกเย็นริมถนนเยาวราช ยังมี ร้านหูฉลาม รังนก อาหารซีฟู้ด เกาลัด ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาลิ้มรสกันอย่างแน่นขนัด

ติดไม้ติดมือมาฝาก
     ซาลาเปาสูตรเก่า จะใส่มันสีออกเหลืองๆ หน่อย มีทั้งไส้หมู ไส้ถั่วดำ ผลไม้ เครื่องแห้ง สารพัดลูกชิ้น ผักดอง เช่น กาน่าไฉ่ ซีเซ็กไฉ่ ก๊งไฉ่ กระเพาะปลา ปลิงทะเล แปะก้วย เม็ดบัว ชาจีน เกาลัด เต้าหู้ มีขายทั้งสองข้างทาง เครื่องรางเสริมโชคลาภสิริมงคล และอื่นๆ อีกมากมาย


http://www.uthayanclub.com/content-%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A-4-1574-27649-1.html

ตัวเลขอ้างอิงที่ใช้ในการตรวจสุขภาพ


ค่าอ้างอิงที่ใช้ในการตรวจสุขภาพ

Blood Sugar (Glucose) ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 70-99 mg (มิลลิกรัม) / dL (เดซิลิตร)
           ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ที่พบบ่อยคือโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นผลมาจาการขาดอินซูลิน ทั้งการสร้างหรือการทำงาน ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ ต่อมไทรอยด์ไม่ทำงาน ไตวาย และโรคตับ
          ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) พบได้น้อย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจาก Imsulinoma , Hypopituitarism หรือภาวะที่ได้รับอินซูลิน

BUN (Blood Urea Nitrogen) ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 8-20 mg / dL
           Urea (BUN) เป็นผลผลิตที่ได้จากการเผาผลาญโปรตีนไนโตรเจน ซึ่งเป็นวัฏจักรของการสังเคราะห์ Urea ในตับ Urea (BUN) ส่วนใหญ่จะถูกขับออกทางไต และมีส่วนน้อยที่ถูกขับออกทางเหงื่อและลำไส้
          ค่า Urea ที่สูงสามารถพบได้ในการกระจายตัวของเลือดไปที่ไตไม่เพียงพอ ภาวะช็อค โรคไตเรื้อรัง กรวยไตอักเสบ หรือภาวะอุดตันของทางเดินปัสสาวะ ในขณะเดียวกันอาจมีปริมาณสูงได้จากการรับประทานอาหารประเภทโปรตีนมาก

CREATININE ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา ผู้ชาย/ผู้หญิง 0.5-1.5 mg / dL
           Creatinine เป็นของเสียที่เกิดจากการ Dehydrate ของ Creatinine ในร่างกาย Creatinine ส่วนใหญ่พบในกล้ามเนื้อ ระดับ Creatinine และ Urea ในซีรัมสูง พบในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตผิดปกติ โดยเฉพาะการกรองที่ Glomerulus ลดลง

URIC ACID ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา ผู้ชาย 3.4-7.0 mg / dL ผู้หญิง 2.4-5.7 mg / dL
           Uric Acid เป็นองค์ประกอบหนึ่งในพลาสมาที่ไม่ใช่โปรตีน การสังเคราะห์ Uric Acid ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ตับ Uric Acid ประมาณครึ่งหนึ่งของร่างกายจะถูกกำจักทางปัสสาวะและถูกทำลายในทางเดินอาหาร ระยะของโรคหลายๆ โรคและสภาวะทาง สรีระวิทยาเกี่ยวข้องกับความเข้มข้นของ Uric Acid ที่แตกต่างกัน ค่าที่สูงขึ้นพบได้บ่อยกว่า เช่นในโรคเก๊าท์ ซึ่งเป็นความผิดปกติ ทั้งด้านการสังเคราะห์และการขับออก โรคอื่น ๆ ในการทำงานของไตผิดปกติไป ketoacidosis , glucose-6-phosphate deficiency ภาวะที่มี Uric Acid ต่ำกว่าปกติ เช่น การดูดซึมที่ท่อไตผิดปกติ Hodgkin’s disease และ Xanthinuria

TOTAL CHOLESTORAL ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 150-200 mg / dL
           การวัด Cholesterol เป็นสิ่งจำเป็นในการวินิจฉัยและจำแนกชนิดของ Hyperlipoproteniemia ค่าของ Cholesterol ที่สูงจะพบได้ในโรค Hypothyroidism , Nephrotic syndrome , เบาหวาน และโรคตับ นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์กับปริมาณ Cholesterol กับความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ
         ค่าของ Cholesterol ที่ต่ำจะพบได้ในโรค Hyperthyroidism และโรคตับอย่างรุนแรง

TRIGLYCERIDE ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 35-160 mg / dL
           Triglyceride เป็นไขมันหลักที่พบได้ในพลาสมา ซึ่งจะถูกกสร้างที่ผนังลำไส้ จากนั้นจะถูกปล่อยออกมาและกระจายไป เก็บไว้ตามเนื้อเยื่อ Triglyceride เป็นไขมันที่เก็บสะสมไว้มากที่สุดในร่างกาย
          ค่าของ Triglyceride ที่สูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับเสี่ยงกับความสูงใจภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ยังพบว่าเกี่ยวข้องกับ เบาหวาน, Nephrosis, ภาวะอุดตันในทางเดินน้ำดี และความผิดปกติในการเผาผลาญ ชนิดสัมพันธ์กับระบบต่อมไร่ท่อ

HDL – CHOLESTORAL ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 45-120 mg / dL
           HDL มีหน้าที่ขนส่ง Cholesterol จากเนื้อเยื่อสู่ตับ ซึ่ง Cholesterol จะถูกเปลี่ยนรูปเป็น Bile Acid ซึ่งจะถูกปล่อยเข้าสู่ ลำไส้ การติดตาม HDL- Cholesterol มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดอุดตัน การที่มีค่า HDL- Cholesterol สูงขึ้น จะป้องกันโรคหัวใจ ขณะที่ HDL- Cholesterol ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าระดับ Triglyceride สูง จะมีอัตราเป็นโรค หลอดเลือดหัวใจอุดตันมากขึ้น


TOTAL PROTEIN ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 6.6-8.7 g (กรัม) / dL (เดซิลิตร)
           โปรตีนถูกสร้างขึ้นในตับ ,Plasma cell , ต่อมน้ำเหลือง ,ม้าม และไขกระดูก ในภาวะของการเกิดโรค ระดับของโปรตีนและ สัดส่วรองค์ประกอบของโปรตีนจะแตกต่างจากปกติ
          โปรตีนต่ำอาจมีสาเหตุจาก Nephrotic syndrome ภาวะเลือดไหลไม่หยุด ขาดการดูดซึมโปรตีน แผลไฟไหม้อย่าง รุนแรง ภาวะที่มีการเก็บสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ
          โปรตีนสูงอาจมีสาเหตุจาก ภาวการณ์ขาดน้ำอย่างรุนแรง โรค Multiple Myeloma หรือภาวการณ์เปลี่ยนแปลงสัดส่วน ของโปรตีน อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโปรตีนชนิดหนึ่งหรือหลายชนิดที่มีอยู่ในร่างกาย

ALBUMIN ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 3.4-4.8 g / dL
           Albumin เป็น Carbohydrate free protein พบประมาณ 55-56 % ของพลาสมาโปรตีน เป็นตัวรักษาระดับของภาวะ อัลบูมินในเลือดสูง (Hyperalbuminemia) ในภาวะ dehydration ภาวะอัลบูมินในเลือดต่ำ (Hypoalbuminemia) พบบ่อยใน หลายโรค และมีสาเหตุจากปัจจัยหลายประการ เช่น การสังเคราะห์ผิดปกติ โรคเกี่ยวกับตับ หรือเนื่องจากการจำกัดการนำเข้า ของโปรตีนเข้าสู่ร่างกาย การเพิ่มการสลายอัลบูมิน เนื่องมาจากภาวะเนื้อเยื่อถูกทำลายในภาวะ severe burn หรือการอักเสบ
BILIRUBIN ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา total bilirubin 0-1.5 mg / dL , direct bilirubin 0-0.5 mg / dL
            โดยปกติน้ำดีของคนเรามาจากการสลายตัวของเลือดและผ่านกระบวนการที่ตับ และขับออกทางท่อน้ำดี การที่เกิดดีซ่าน หมายถึง การที่มีการคั่งของน้ำดีทำให้เกิดตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเหลือง Bilirubin หรือน้ำดีแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ total
(or direct) bilirubin สูงเกิดจากตับและมีการแตกของเม็ดเลือดแดง HEMOLYSIS ชนิดที่ 2 คือ direct bilirubin test หากสูงพบ ได้ในโรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคตับ hemolysis โรคที่ทำให้เกิดดีซ่าน ได้แก่ ตับอักเสบ ทางเดินน้ำดีถูกอุดกั้น เช่น นิ่ว เนื้องอก ตับแข็ง
AST (Aspatate Animotransferase) หรือ SGOT ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 0-40 U (ยูนิต) / L (ลิตร)
           เอนไซม์ AST พบได้ในเนื่อเยื่อ หัวใจ กล้ามเนื้อ และไต ค่าเอนไซม์ AST ที่สูงพบได้ในโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เนื้อเยื่อเหล่านี้ โรคของตับและทางเกินน้ำดี เช่น ตับแข็ง มะเร็งระยะแพร่กระจาย และไวรัสตับอักเสบรวม ถึงโรค Myocardial infarction ค่าเอมไซม์จะสูงขึ้น 2 วันภายหลังมีอาการ ในคนไข้ที่มีการล้างไต หรือผู้ที่ขาดวิตามิน B6 ค่า AST อาจลดลง
ALT (Alnine Animotransferase) หรือ SGPT ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 0-40 U/L
           เอนไซม์ ALT พบได้ในเนื้อเยื่อหลายชนิด แต่แหล่งที่สำคัญคือตับ ระดับของ ALT เป็นตัววินิจฉัยโรคตับชนิดต่าง ๆ ค่า ALT สูงพบได้ในโรคตับ โรคตับแข็ง ท่อน้ำดีอุดตัน มะเร็งตับ และโรคพาสุราเรื้อรัง ผู้ที่ขาดวิตามิน B6 Animotransferase ในซีรัมอาจลด Avtivity ลง
Alkaline Phosphatase ค่าอ้างอิงปกติ ซีรัมและพลาสมา 35-117 U/L
           Alkaline Phosphatase เป็นเอนไซม์ที่มีอยู่ในเซลล์ทั่วไปโดยเฉพาะจะมีในปริมาณที่เข้มข้นในเซลตับ เมื่อเซลตับมีการบาดเจ็บหรือเกิดความผิดปกติ จะปล่อยเอนไซม์นี้ออกมา ทำให้ระดับของ Alkaline Phosphatase ในซีรัม (เลือด) สูงขึ้น การตรวจเอนไซม์นี้จึงใช้ประกอบเพื่อการอบกถึงสภาพทางพยาธิวิทยาของตับได้


อยากทราบประมาณการค่าใช้จ่ายตรวจสุขภาพต่างๆกับโรงพยาบาลอะไร สามารถดูได้ที่ 
http://www.never-age.com/find/

กล้วยน้ำว้า สารพัดสรรพคุณ


กล้วยน้ำว้า ผลไม้ไทย ที่มีมาแต่รู้โบราณ คนไทยรู้จักกล้วยน้ำว้าดีพอ ๆ กับกล้วยไข่หรือกล้วยหอม ยิ่งถ้าเป็นคุณค่าสารอาหารที่ได้รับแล้ว มากประโยชน์ถึงขั้นที่เรียกว่าต้องรีบไปหามากินกันเลยทีเดียว

กล้วยดีอย่างไร

    กล้วย ถึงจะเป็นผลไม้ ที่ไม่น่าจะให้พลังงานได้เยอะ แต่เชื่อหรือไม่ว่า กล้วยเป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดี ในกล้วย 1 ผล สามารถให้พลังงานได้ร่วม 100 แคลอรี่ มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่ 3 ชนิด ทั้ง ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโครส รวมไปถึงเส้นใยและกากอาหาร ดังนั้น ถ้าหากหิว ก็สามารถทานกล้วยรองท้องได้ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของกล้วยที่กิน เช่น กล้วยไข่ อาจทานได้มากกว่า 3 ผล ต่อ 1 ครั้ง กล้วยน้ำว้า 1-2 ผล กล้วยหอม 1-1 ครึ่งผล) และในกล้วยเอง ยังอุดมด้วย วิตามินบี 6 ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน แถมแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยป้องกันโรคความดันอีกด้วย

สุขภาพดีได้ง่าย ๆ กับกล้วยน้ำว้าอย่างน้อย วันละ 1-2 ผล

    ในบรรดากล้วยทั้งหมด กล้วยน้ำว้าให้วิตามินเอสูงสุด นอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินบี 1 บี 2 ซี และไนอะซิน (บี 6) ในปริมาณที่เท่า ๆ กัน แต่ที่ทำให้กล้วยน้ำว้า มีคุณค่าสารอาหารที่พิเศษกว่ากล้วยชนิดอื่น นั่นก็คือ โปรตีนที่อยู่ในกล้วยน้ำว้า มีกรดอะมิโน อาร์จินิน และฮีสติดิน ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก ถึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตอนเด็ก ๆ ผู้ใหญ่ถึงให้เรากินกล้วยบด เพราะอุดมด้วยสารอาหาร และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายเรานั่นเอง

    นอกจากนี้กล้วยน้ำว้า ยังมีสรรพคุณในทางยาอีกด้วย มาดูว่ามีอะไรบ้าง

1.ช่วยบรรเทาอาหารเจ็บคอ หรืออาการเจ็บหน้าอกจากการไอแห้ง ๆ ทานวันละ 5-6 ผล จะช่วยให้อาการระคายเคืองลดน้อยลงไปมาก

2.ถ้าใครมีกลิ่นปากรุนแรงในตอนเช้า กล้วยน้ำว้าก็มีสรรพคุณทางยาช่วยลดกลิ่นปากได้ดี วิธีการคือ ทานกล้วยน้ำว้าหลังตื่นนอนทันที แล้วค่อยแปรงฟัน จะช่วยลดกลิ่นปากได้

    นอกจากนี้ยังเป็นยาระบายช่วยแก้ท้องผูก หรือระบบขับถ่ายไม่ปกติ เนื่องมาจากสารเพคติน จะเป็นตัวเพิ่มใยอาหารให้กับลำไส้ เมื่อลำไส้อีกกากอาหารมาก จะไปดันผนังลำไส้ ทำให้ผนังลำไส้เกิดการบีบตัว จึงทำให้รู้สึกอย่างถ่ายนั่นเอง ทั้งนี้วิธีการแก้อาการท้องผูกอีกวิธีหนึ่ง คือให้ทานกล้วยน้ำว้าสุข 1-2 ผล ก่อนนอน แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ จะช่วยให้ถ่ายท้องได้ดีในวันรุ่งขึ้น

3.กล้วยน้ำว้า แก้ท้องผูกได้ ก็สามารถแก้ท้องเดินหรือท้องเสียได้ ทั้งนี้เพราะในกล้วยน้ำว้ามีสารแทนนินอยู่มาก จึงสามารถช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้ ใช้ใช้กล้วยน้ำว้าดิบหรือห่ามมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่น้ำพอท่วมยา ต้มนานครึ่งชั่วโมง ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 ถ้วยแก้ว ให้ดื่มทุกครั้งที่ถ่าย หรือทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ใน 4-5 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นให้ดื่มทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง หรือวันละ 3-4 ครั้ง

4.กล้วยน้ำว้ายังสามารถรักษาโรคกระเพาะได้ โดยการนำกล้วยนำว้าดิบมาปอกเปลือก แล้วนำเนื้อมาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แตกแดด 2 วันให้แห้งกรอบ บดเป็นผงให้ละเอียด ใช้ทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำข้าว หรือน้ำผึ้ง ทานก่อนอาหาร ครึ่งชั่วโมง หรือก่อนนอนทุกวัน ทั้งนี้ในกล้วยดิบ จะกระตุ้นเซลล์ในเยื่อบุกระเพาะเพื่อหลั่งสารพวก “มิวซิน” ออกมาเคลือบกระเพาะ ซึ่งมีฤทธิ์ในการรักษาแผลในกระเพาะ

5.เปลือกของกล้วยน้ำว้า ช่วยบรรเทาอาการคันอันเนื่องมาจาก แมลงกัดต่อย และผื่นแดงจากอาการคัน นอกจากนี้เนื้อและเปลือกกล้วย มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนองได้

    นอกจากนี้ กล้วยน้ำว้า ยังมีสรรพคุณทานเป็นอายุวัฒนะอีกด้วย ซึ่งได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณ วิธีการคือนำกล้วยสุกปอกเปลือกออก แล้วนำไปแช่กับน้ำผึ้ง ซัก 1 สัปดาห์ แล้วจึงนำมาทานวันละ 1-2 ผล จะช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงได้

    เห็นทีอย่างนี้ คงต้องมีผลไม้ประจำบ้านอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้ อย่างกล้วยน้ำว้า ซะแล้ว กินอย่างน้อยวันละผล สองผล น่าจะทำให้ไปหาหมอได้น้อยลง


http://www.never-age.com/antiaging/antiaging.php?aid=119

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ได้ที่
http://www.facebook.com/neverage.fan

August 01, 2012

รถเมล์ปรับอากาศ สาย134 ฟรีบริการอ่านหนังสือธรรมะ

ข้อมูลจาก Facebook 

โชเฟอร์รถปรับอากาศ ขสมก. หัวใจใฝ่ธรรม นำหนังสือธรรมะมาแขวนไว้ที่

เบาะให้ผู้โดยสารได้ อ่านฆ่าเวลาขณะรถติด เผยตั้งใจทำเพื่อเป็นกุศลถว
ายในหลวง เพราะเก็บหนังสือเอาไว้ที่บ้านก็ไม่มีประโยชน์ ผู้โดยสารชื่นชมเป็นความคิดที่ดี บางรายอ่านแล้วติดใจขอนำกลับไปด้วย

โชเฟอร์รถ ปอ.ขสมก. หัวใจใฝ่ธรรม นำหนังสือธรรมะนับร้อยเล่ม มาให้ผู้โดยสารที่ขึ้นรถได้

อ่านฆ่าเวลารถติด ทั้งนี้เรื่องราวของโชเฟอร์
รถใจใฝ่บุญรายนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. โดยผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่อู่รถ ขสมก.ปอ.สาย 134 ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี พบนายสุเทพ เอี่ยมอัมพร พขร.ประจำรถสายดังกล่าววิ่งระหว่างหมอชิตใหม่-บางบัวทอง กำลังขะมักเขม้นนำหนังสือธรรมะ ที่ร้อยด้วยเชือกฟางเป็นพวง พวงละ 2 เล่ม เป็นหนังสือประวัติพระเกจิอาจารย์ชื่อดังและหนังสือบทสวดมนต์ แขวนไว้ที่ด้านหลังเบาะที่นั่งผู้โดยสารจำนวน 45 ที่นั่ง

โชเฟอร์รถ ปอ.สาย 134 เปิดเผยว่าขับรถ ขสมก.มา 12 ปีแล้ว ปกติครอบครัวชอบทำบุญอยู่เป

็นประจำ เวลา ไปวัดมักจะได้รับแจกหนังสือ
ธรรมะบ่อยมาก จึงสะสมมาเรื่อยๆนับสิบปี มีทั้งรับแจกและซื้อมาอ่านเองด้วย จนกระทั่งหนังสือเริ่มมีมากขึ้น เมื่อปีที่แล้วได้ไปทอดกฐิน กับเพื่อนพนักงานที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีโครงการทำบุญถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงกลับมาคิดที่บ้านว่า น่าจะทำอะไรถวายในหลวงบ้างโดยที่ตัวเองและครอบครัวไม่เดือดร้อน และคิดว่าน่าจะนำหนังสือธรรมะที่สะสมไว้ มาให้ผู้โดยสารได้อ่านบนรถที่เราขับอยู่ทุกวัน ตอนแรกก็กลัวว่าจะไม่มีผู้โดยสารอ่านกัน แต่ปรากฏว่าวันแรกที่นำมาแขวน มีกระแสตอบรับดีมาก ผู้โดยสารพากันชื่นชม ทำให้มีกำลังใจและอยากจะทำมากขึ้น

นายสุเทพกล่าวต่อว่า มีอยู่หลายรายที่อ่านจนติดใ

จ พอมาถึงจุดหมายที่จะต้องลงจ
ากรถ ก็เดินมาขอ ว่า ขอนำหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านได้ไหม ตนก็ให้เขาไปและนำหนังสือที่บ้านมาเติมให้ใหม่เรื่อยๆ ผู้โดยสารบางรายที่บ้านมีหนังสือเหล่านี้ หลายคนก็นำมามอบให้ บ้าง หนังสือส่วนใหญ่ที่นำมาให้ผู้โดยสารได้อ่านนั้น อาทิ ประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) คำสอน ของพระธรรมโกศาจารย์ หรือหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ ประวัติหลวงปู่ชา ฯลฯ

โชเฟอร์รถ ปอ.สายธรรมะ กล่าวว่า ปกติแล้วไม่มีรถประจำ พอเลิกงานจะต้องเก็บหนังสือ

ให้เรียบร้อย รุ่งเช้าก็จะนำมาแขวนไว้ให้
ผู้โดยสารอ่านเหมือนเดิมจนเป็นกิจวัตรทุกวัน รู้สึกดีและสบายใจที่ได้ทำตรงจุดนี้ แม้จะเป็นจุดเล็กๆก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียดายหรือไม่ ที่อุตส่าห์สะสมหนังสือมานานแล้วนำไปให้ผู้อื่น โชเฟอร์ รถเมล์สายธรรมะ กล่าวว่า ไม่เสียดาย เพราะหนังสือเก็บไว้ที่บ้านก็รู้เพียงคนเดียว สู้นำมาให้ผู้อื่นได้อ่านดีกว่า คนอ่านก็จะได้ประโยชน์ จะได้รู้ว่าคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์เป็นอย่างไร และได้ขัดเกลาจิตใจของผู้อ่านได้อีกด้วย ตนเข้าวัดอยู่บ่อยๆ ได้ซึมซับธรรมะแล้วทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก จากที่เป็นคนใจร้อนก็กลายเป็นคนใจเย็นมีเหตุผล จึงอยากให้ผู้อื่นได้เข้าถึงธรรมะบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หนังสือเคยถูกขโมยบ้างหรือไ

ม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่เคย มีแต่มาขอ ตนก็ให้ มีอยู่เล่มหนึ่งอายุ 40 กว่าปี หาไม่ได้แล้ว เป็นการรวบรวมประวัติพระอาร
ามหลวงทั่วประเทศ ได้นำมาแขวนไว้ให้ผู้โดยสารอ่าน มีนักเรียนขึ้นมาแล้วมาขอไปบอกว่าจะนำไปทำรายงานส่งอาจารย์ ตนก็ให้ไป รู้สึกเสียดายเหมือนกัน เพราะเล่มนี้เก็บไว้นานแล้วและเป็นหนังสือเก่าด้วย นอกจากนี้ยังเคยมีผู้โดยสารที่นับถือศาสนาอิสลามโดยสารรถและมาขอหนังสือ ธรรมะ เพราะว่าเขาอยากจะศึกษาคำสอนของศาสนาพุทธ ขณะนี้กำลังจะนำหนังสือเรื่องความกตัญญู ที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถ่ายสำเนามาให้ผู้โดยสารได้อ่าน เพราะตนประทับใจในพระจริยวัตรอันงดงามของในหลวง ที่ทรงเสด็จมาเสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่า สัปดาห์ละ 5 วัน แต่ทำไมคนทั่วไปทำไม่ได้

ด้านนายสาคร รุ่งสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการเดิน

รถ เขตการเดินรถที่ 7 กล่าวว่า ภูมิใจที่มีพนักงานใฝ่ธรรมะ
 นำเรื่องธรรมะมาเผยแผ่ให้ผู้โดยสาร ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ถ้าพนักงานของ ขสมก. มีจิตใจรักพระพุทธศาสนา ใฝ่คุณธรรมเช่นนี้ จะทำให้การบริการของ ขสมก.ดีขึ้น การร้องเรียนจะลดลง และทำให้ประชาชนกับพนักงาน ขสมก. มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่รถคันอื่นๆ ของ ขสมก.น่าจะทำตามบ้าง

ขณะที่นางณัฐนัพพัชร์ สัมรัมย์ พนักงานเก็บค่าโดยสารรถคันด

ังกล่าว กล่าวว่า หลังจากที่นายสุเทพได้นำหนั
งสือธรรมะมาไว้บนรถให้ผู้โดยสารได้อ่าน ได้รับคำชมจากผู้โดยสารจำนวนมาก เพราะถือว่าเป็นการอ่านฆ่าเวลาขณะรถติด เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง ที่สำคัญธรรมะทำให้คนใจเย็น มีสมาธิเป็นสิ่งที่ขัดเกลาจิตใจได้อีกด้วย

นายมานพ อาชววาณิชกุล อายุ 62 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้โดยสารกล่าวว่า ใช้บริการรถ ปอ. สายนี้ประจำ ชื่นชมในความคิดของคนขับที่

นำหนังสือธรรมะ มาให้ผู้โดยสารได้อ่านขณะรถ
ติด ทำให้ใจเย็นลง หายหงุดหงิด ตนยังคิดจะนำหนังสือธรรมะที่บ้านมามอบให้กับนายสุเทพ เพื่อนำมาไว้ให้ผู้โดยสารคนอื่นๆได้อ่านอีกด้วย ขณะที่นางอรัญญา สมพฤกษ อายุ 36 ปี อาชีพพนักงานธนาคาร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจอ่านหนังสือธรรมะเลย จนกระทั่งได้มาโดยสารรถคันนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่นำหนังสือธรรมะให้ผู้โดยสารได้อ่านนอกจากจะใช้เวลา ว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว ยังได้ความรู้เกี่ยวกับธรรมะติดกับไปด้วย อยากให้รถ ขสมก.คันอื่นนำแบบอย่างไปใช้ด้วย


July 31, 2012

ของเก่า recycle เป็นเงินได้


ขยะขุมทรัพย์ในบ้าน

ทุกวันนี้เราทำเงินหายไปวันละ 8 บาท เดือนละ 240 บาท ปีละ 2,920 บาท โดยไม่รู้ตัว
ถ้าในครอบครัวมีกันอยู่ 4 คน ก็เท่ากับว่า บ้านเราทำเงินหายวันละ 32 บาท เดือนละ 960 บาท ปีละ 11,680 บาท

และในทุกๆ วันคนไทย 63 ล้านคน ช่วยกันทำเงินหล่นวันละ 504 ล้านบาท เดือนละ 1.51 หมื่นล้านบาท ปีละ 1.83 แสนล้านบาท

เงินจำนวนนี้หล่นลงไปพร้อมกับขยะ ที่เราทิ้ง

สมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการ โรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ ที่ขยับฐานะจาก "คนบ้าค้าขยะ" มาเป็นเจ้าของธุรกิจรีไซเคิลรายใหญ่ของประเทศ บอกว่า คน 1 คน สามารถผลิตขยะได้ 1 กิโลกรัม ใน 1 วัน และในขยะ 1 กิโลกรัม เป็นขยะที่นำมารีไซเคิลได้ 80% เพราะฉะนั้น ถ้าคิดราคาขยะเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 บาท ก็เท่ากับเรากำลังทิ้งเงินวันละ 8 บาท


แต่เราสามารถเก็บเงินที่ตกหล่นกลับเข้ากระเป๋าได้ด้วยวิธีการคัดแยกขยะแบบง่ายๆ ซึ่งสมไทยเรียกว่า ธุรกิจขยะขายตรง หรือ "Direct Waste"

"ทุกวันเสาร์อาทิตย์จะมีแม่บ้านนั่ง รถแท็กซี่มาต่อคิวขายขยะกันยาวเหยียด ขนมาเต็มคันรถแท็กซี่ขายได้ 3,000 บาท ค่ารถ 200 บาท ทำไมจะไม่คุ้ม ไม่ใช่แค่ 20-30 บาท แต่มันเป็นเงินพัน เงินหมื่น ถ้ารู้จักการคัดแยกขยะ" สมไทย กล่าว

ก่อนจะคัดแยกขยะ ต้องรู้จัก "ขยะ" กันเสียก่อน สมไทย บอกว่า ขยะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

ขยะรีไซเคิล คือ ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ มี 4 กลุ่มหลัก คือ กระดาษ พลาสติก โลหะ แก้ว

ขยะแห้ง ซึ่งบางส่วนสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนการใช้ถ่านหินลิกไนต์ ในโรงงานปูนซีเมนต์ เช่น เศษผ้า เศษไม้ กล่องโฟม ถุงพลาสติก ซึ่งสมไทยเรียกขยะประเภทนี้ว่า "น้ำมันบนดิน"

ขยะเปียก เช่น เศษอาหาร ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่น ใช้เป็นอาหารสัตว์ และเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต โดยการใส่เชื้อจุลินทรีย์ทำเป็นปุ๋ย

ขยะอันตราย ก็มีทั้งที่นำไปรีไซเคิลได้ และรีไซเคิลไม่ได้ ซึ่งขยะอันตรายที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เช่น น้ำมันเครื่องรถยนต์ แบตเตอรี่เก่า

แต่ในขยะทั้ง 4 ประเภท มีอยู่ 9 ชนิดที่นำมาสร้างประโยชน์ ได้แก่ โลหะ กระดาษ แก้ว พลาสติก ยางรถยนต์ ขยะอันตราย เศษอาหาร ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะแห้งเพื่อเป็นพลังงานทดแทน

กระดาษ

กระดาษที่ขายได้ มีตั้งแต่กระดาษกล่องสีน้ำตาล กระดาษหนังสือเป็นเล่ม กระดาษสมุดนักเรียน กระดาษปอนด์ขาว-ดำ หรือกระดาษที่ใช้ในสำนักงาน กระดาษคอมพิวเตอร์ และกระดาษหนังสือพิมพ์ รวมทั้งกล่องนมและน้ำผลไม้

ราคารับซื้อแตกต่างกัน กระดาษที่ได้ราคาดีที่สุด ต่อกิโลกรัม คือ กระดาษสมุด กระดาษปอนด์ที่ใช้ในสำนักงาน ซึ่งกระดาษสำนักงาน กระดาษปอนด์ขาว ที่ผลิตจากเยื่อกระดาษใหม่ ผ่านการรีไซเคิลมาเป็นกระดาษทิชชูชนิดหยาบ หรือทิชชูสีชมพู

ก่อนหน้านี้กระดาษกล่องนมและกล่องน้ำผลไม้ขายไม่ได้ เพราะมีพลาสติกเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย ทำให้ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ปัจจุบันกระดาษกล่องนมก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ราคาต่อกิโลกรัมไม่สูงนัก

แต่กระดาษที่เคลือบด้วยพลาสติก เช่น กระดาษห่อของขวัญ กระดาษเปื้อนน้ำมันเครื่อง กระดาษติดกาว และกระดาษที่ทำจากฟางบางชนิด ขายไม่ได้ เพราะการปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้กระดาษเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้

แก้ว

แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ขวดแก้วดี และขวดแก้วแตก ซึ่งราคารับซื้อจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะขวดแก้วดี ราคารับซื้อจะขึ้นอยู่กับประเภทขวด

ขวดแก้วดีจะถูกนำกลับไปที่โรงงาน ผู้ผลิต เพื่อกลับไปทำความสะอาดและ นำกลับมาใช้อีก ซึ่งขวดใบหนึ่งสามารถใช้ซ้ำได้ถึง 30 รอบ ขณะที่ขวดแก้วที่ชำรุดเสียหาย จะถูกแยกเป็นขวดแก้วแตก จะต้องคัดแยกสี สีขาว สีเขียว สีแดง และ สีรวม ซึ่งจะนำไปหลอมและผลิตออกมาเป็นขวดใบใหม่

โลหะ

มีขยะหลายชนิดที่จัดอยู่ในกลุ่มโลหะ อาทิ เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง ทองเหลือง สเตนเลส และตะกั่ว รวมทั้งแบตเตอรี่ ซึ่งในกลุ่มนี้ ทองแดงมีราคาต่อกิโลกรัมสูงที่สุด

เหล็ก แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ เหล็กเหนียว (เช่น ตะปู เหล็กเส้น เหล็กฉาก) เหล็กหล่อ (เช่น หัวเตาแก๊ส ขาจักร เสื้อสูบรถยนต์) เหล็กรูปพรรณ เศษเหล็กอื่นๆ ซึ่งราคาซื้อขายเหล็กนอกจากจะขึ้นอยู่กับประเภทและสภาพของเหล็กแล้ว ขนาดเหล็กยังมีผลกับราคาด้วย โดยเหล็กตัดสั้นจะได้ราคาสูงกว่า

อะลูมิเนียม ก็มีอยู่หลายประเภท เช่นกัน อะลูมิเนียมหนา เช่น อะไหล่รถยนต์ ลูกสูบ อะลูมิเนียมบาง เช่น กะละมัง หม้อ ขันน้ำ และกระป๋องอะลูมิเนียม ซึ่งตัวกระป๋องและฝากระป๋องทำจากอะลูมิเนียมต่างชนิดกัน

สมไทย บอกว่า "กระป๋องอะลูมิเนียมทุกใบสามารถส่งกลับคืนโรงงาน เพื่อนำไปผลิตเป็นกระป๋องได้โดยไม่มีข้อจำกัดจำนวนครั้งในการผลิต"

พลาสติก

พลาสติกมี 2 ประเภท คือ เทอร์โมเซตติง (Thermosetting) มีรูปทรงถาวร ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (เช่น เมลามีน) และเทอร์โมพลาสติก (Thermo plastic) อ่อนตัวเมื่อได้รับความร้อนและสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ และพลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้

ห้องสมุดออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลอยู่ 7 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสัญลักษณ์รีไซเคิล คือ หมายเลขชนิดและตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับไว้

1) โพลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET หรือ PETE) ใช้ทำขวดน้ำดื่ม ขวด น้ำมันพืช สามารถนำมารีไซเคิลเป็น เส้นใยสำหรับทำเสื้อกันหนาว พรม ใยสังเคราะห์ ถุงหูหิ้ว กระเป๋า และขวด

2) โพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ใช้ทำขวดนม น้ำผลไม้ โยเกิร์ต บรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำยาทำความสะอาด ยาสระผม แป้งเด็ก ถุงหูหิ้ว สามารถนำมารีไซเคิลเป็นขวดใส่น้ำยาซักผ้า ขวดน้ำมันเครื่อง ท่อ ลังพลาสติก ไม้เทียมใช้ทำรั้วหรือม้านั่งในสวน

3) โพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ใช้ ทำท่อน้ำประปา สายยางใส แผ่นฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ม่านห้องน้ำ กระเบื้องยาง แผ่นพลาสติกปูโต๊ะ ขวดใส่แชมพู สระผม ประตู หน้าต่าง วงกบ และ หนังเทียม สามารถนำมารีไซเคิลเป็นท่อ นำประปา รางน้ำ กรวยจราจร เฟอร์นิเจอร์ เคเบิล แผ่นไม้เทียม

4) โพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE) ใช้ทำแผ่นฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ถุงใส่ขนมปัง ถุงเย็นสำหรับบรรจุอาหาร สามารถนำมารีไซเคิลเป็นถุงดำสำหรับ ใส่ขยะ ถุงหูหิ้ว ถังขยะ กระเบื้องปูพื้น เฟอร์นิเจอร์ แท่งไม้เทียม

5) โพลิโพรพิลีน (PP) ใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร เช่น กล่อง ชาม จาน ตะกร้า กระบอกใส่น้ำ ขวดซอส แก้วโยเกิร์ต ขวดบรรจุยา สามารถนำมารีไซเคิล เป็นกล่องแบตเตอรี่ในรถยนต์ ไม้กวาด พลาสติก แปรง ชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น กันชน ไฟท้าย

6) โพลิสไตรีน (PS) ใช้ทำภาชนะบรรจุของใช้ เช่น เทปเพลง สำลี หรือของแห้ง เช่น หมูแผ่น หมูหย็อง และโฟมใส่อาหาร สามารถนำมารีไซเคิลเป็นไม้แขวนเสื้อ ไม้บรรทัด แผงสวิตช์ไฟ ฉนวนกันความร้อน

7) พลาสติกชนิดอื่นๆ (OTHER) นอกจาก 6 ชนิดข้างต้น หรือผลิตจากพลาสติกหลายชนิด เช่น ไนลอน


ขยะประเภทอื่นๆ

ขยะอื่นๆ ที่ขายได้ เช่น ที่นอนนุ่น โดยนุ่นเก่าปั่นแล้วได้เนื้อ 80% ขณะที่ นุ่นใหม่ปั่นแล้วได้เนื้อ 40% น้ำมันพืช เก่า ที่ราคาสูงตามราคาน้ำมัน เพราะนำไป ผลิตไบโอดีเซล (ปี๊บละ 200 บาท ขายพร้อมปี๊บเก่า) กากมะพร้าว เนื้อมะพร้าว และโฟม

"ในบ้านหลังหนึ่งมีขยะมากกว่า 1,400 ชนิด ที่สามารถนำมารีไซเคิลได้" สมไทย กล่าวและบอกว่า วงษ์พาณิชย์จัดทำ "คู่มือคัดแยกขยะประจำบ้าน" เพื่อช่วย ให้จัดการกับขยะภายในบ้านด้วยมือของเราเองได้ง่ายๆ

สมไทย บอกว่า หลักการคัดแยกขยะ ที่ง่ายที่สุด คือ "มาอย่างไร ไปอย่างนั้น ตอนซื้อใส่ถุงมาก็ใส่ถุงไปขาย ซึ่งควรจะเป็นถุงใสดีที่สุด เพราะมองเห็นได้ว่าข้างในมีอะไร แถมถุงใสๆ ยังขายได้อีก"

"การจัดเก็บต้องให้แคบ ให้แบน ขวดพลาสติกคลายฝาออก บีบให้แบน กระดาษมัดใส่หีบห่อ ไม่เกะกะ กล่องนมต้องเอาหลอดออก ล้างน้ำ จะได้ไม่บูดเน่า" สมไทย แนะนำ

เพียงแค่รู้จักการคัดแยกขยะก็สามารถเพิ่มมูลค่าขยะได้ด้วย สมไทย บอกว่า "พลาสติกรวม ราคากิโลกรัมละ 12 บาท ถ้าแยกขวดน้ำขาวขุ่นออกมาขายได้ กิโลกรัมละ 30 บาท กระดาษสมุดใช้แล้วขายรวมๆ ได้กิโลกรัมละ 3 บาท แต่เอาปกออกแยกขายกระดาษขาวได้กิโลกรัมละ 7 บาท"

ขยะแต่ละชนิดราคารับซื้อเท่าไร สมไทย บอกว่า เข้าไปตรวจสอบราคาเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์ wongpanit.com ซึ่งแม้ว่าจะเป็นราคารับซื้อใน จ.พิษณุโลก แต่สามารถใช้เป็นราคากลางอ้างอิงได้ โดยราคารับซื้อในกรุงเทพฯ จะสูงกว่าราคากลางเล็กน้อย

"ราคาในกรุงเทพฯ จะสูงที่สุด จังหวัดยิ่งไกลกรุงเทพฯ ยิ่งราคาถูก เพราะศูนย์กลางตลาดอยู่ในกรุงเทพฯ ยิ่งอยู่ไกลยิ่งมีค่าขนส่งสูง" สมไทย กล่าว

ตัวอย่างเช่น ราคากระดาษขาว-ดำ ที่วงษ์พาณิชย์ สาขาสุวรรณภูมิ ราคา กิโลกรัมละ 8.8 บาท แต่วงษ์พาณิชย์ ที่พิษณุโลก ราคากิโลกรัมละ 7.8 บาท อะลูมิเนียมกระป๋อง ที่สุวรรณภูมิ ราคา กิโลกรัมละ 54 บาท ที่พิษณุโลก ราคา กิโลกรัมละ 49 บาท และพลาสติก PET ใส ที่สุวรรณภูมิ ราคากิโลกรัมละ 19.50 บาท ที่พิษณุโลก ราคากิโลกรัมละ 15 บาท

งานง่ายๆ ได้เงิน แถมช่วยลดโลกร้อน แค่นี้ก็เท่แล้ว



http://www.aksorn.com/article/article_detail.php?content_id=502


ที่มา http://www.gotoknow.org/blogs/posts/212876?page=1

July 27, 2012

ติดตามระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา real time
http://203.150.226.24/

May 29, 2012

Nokia Asha 200

สมัยนี้มือถือไม่ได้มีไว้แค่โทรออกรับสาย ฟังเพลง ฟังวิทยุ ส่งข้อความอย่างเดียวอีกต่อไปครับ จากเทรนด์ใหม่ปัจจุบันเริ่มมี "Social Network" เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน ทำให้ฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่จำเป็นต้องปรับตัวให้รองรับการใช้งานรอบด้านทั้งแชท, ลงแอพฯ ฯลฯ สำหรับวันนี้ผมมี Nokia รุ่นใหม่มาแนะนำให้รู้จักกันครับ มาพร้อมกับฟีเจอร์ครบเครื่อง ดูหนัง ฟังเพลง แชท Facebook, Twitter, MSN, Whatsapp ฯลฯ ได้ในตัว สามารถเป็นเจ้าของง่ายขึ้นด้วยราคาไม่ถึง 2,500 บาท ! เหมาะกับน้องๆ ที่อยากแชทแต่ไม่อยากจ่ายแพงจนเกินไป 







Nokia Asha 200
  ในยุคผลไม้ครองเมืองแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนเป็นอะไรที่ทุกคนสามารถควักตังซื้อง่ายขึ้น เพียง 4,xxx บาทเท่านั้นเอง ทำให้ฟีเจอร์โฟนเริ่มสูญพันธุ์ไปอย่างช้าๆ อย่างไรก็ดี Nokia ยังคงยึดหัวหาดด้วย "Asha Series" โดยเฉพาะ Nokia Asha 200 น้องเล็กสุดของตระกูล หน้าจอ 2.4 นิ้ว, คีย์บอร์ด QWERTY คลาสสิค ดีไซน์กะทัดรัด สีสันแรงสะใจ แชทผ่าน Facebook, Twitter, MSN ฯลฯ ฟังเพลง-ถ่ายภาพ และรองรับ 2 ซิม ! Dual-Standby แถมแบตอึดเทียบชั้นสมาร์ทโฟน ทั้งหมดนี้สนนราคาไม่ถึง 2,500 บาท .. ผมว่าคุ้มนะ
คุณสมบัติเด่น
- รองรับคลื่นความถี่ 900/1800 MHz (Dual SIM , Dual Standby)
- ใช้งาน Hot-Swap เปลี่ยนซิม 2 ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง
- คีย์บอร์ด QWERTY 4 แถว , ปุ่มเลือกซิม (เพื่อโทรออก)
- หน้าจอ TFT-LCD 2.4 นิ้ว (ความละเอียด 320x240 พิคเซล) แสดงผล 256k สี
- เมมโมรี่ภายใน 10MB , รองรับเมมโมรี่ภายนอกสูงสุด 32GB
- ระบบปฏิบัติการ Nokia S40 6th , Active Homescreen
- รับส่งข้อความ SMS/MMS/Email ผ่าน "Nokia Mail"
- ใช้งาน Edge , GPRS เล่นเบราเซอร์ได้ทั้ง 2 ซิม
- เครื่องเล่นเพลง MP3 - MP4 , วิทยุ FM รองรับหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
- อัพเดทสถานะ Social Network (Facebook) ผ่าน "Nokia Social"
- ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน "Nokia Store"
- แบตเตอรี่ Li-ion 1,410 mAh (BL-5J)


for info
ที่มา : http://www.i3.in.th/content/view/7410


ขอบคุณภาพ จาก www.Thaimobilecenter.com